กทพ. จับมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวมาตรการความปลอดภัยบนทางพิเศษ ด้วยกล้องตรวจจับความเร็วและกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย

วันนี้ (2 เมษายน 2564) เวลา 10.00 น. นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสมุทรปราการ และ พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ร่วมแถลงข่าวมาตรการความปลอดภัยบนทางพิเศษด้วยกล้องตรวจจับความเร็วและกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย โดยความร่วมมือระหว่าง กทพ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องประชุม 2301 อาคาร 2 ชั้น 3 กทพ. จตุจักร

          นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า กทพ. ในฐานะผู้ให้บริการทางพิเศษ  ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายที่ทำงานบูรณาการร่วมกันมาโดยตลอด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนผู้ใช้ทางพิเศษ โดยมุ่งเน้นถึงความปลอดภัย  มาเป็นอันดับแรก ซึ่งจากข้อมูลของ กทพ. โดยระบบงานเหตุการณ์บนทางพิเศษ (TFC) พบว่าสถิติ  การเกิดอุบัติเหตุบนทางพิเศษ ในปีงบประมาณ 2563 มีมากกว่า 800 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 440 ราย และเสียชีวิต จำนวน 7 ราย โดยเกือบร้อยละ 50 ของอุบัติเหตุ มีสาเหตุมาจากพฤติกรรม  องผู้ขับขี่ อาทิ การใช้ความเร็วสูง การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ฯลฯ กทพ. โดยฝ่ายควบคุมการจราจร จึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานการป้องกันอุบัติเหตุในทางพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2563 - 2565 ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้บนทางพิเศษโดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ทางพิเศษให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงลดความสูญเสีย                 ในทรัพย์สินของผู้ใช้ทางพิเศษและของ กทพ. อันจะทำให้ผู้ใช้ทางพิเศษเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการใช้  ทางพิเศษตามวิสัยทัศน์ของ กทพ. “มุ่งมั่นพัฒนาทางพิเศษ เพื่อให้บริการที่ดี มีความคุ้มค่า สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย อย่างยั่งยืน” โดยมาตรการสำคัญที่จะขับเคลื่อนในช่วงปีงบประมาณ 2563-2565 ประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ

               1. การติดตั้งป้ายเเจ้งเตือนความเร็ว (Your Speed Sign) ที่ทำงานควบคู่ไปกับกล้องตรวจจับความเร็วเพื่อให้ผู้ใช้ทางพิเศษใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด โดย กทพ. จะดำเนินการติดตั้งให้ครอบคลุมทั่วทุกสายทางพิเศษรวมจำนวนทั้งสิ้น 17 จุด บนทางพิเศษ 4 สายทาง ซึ่ง กทพ. ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 2 เส้นทาง คือ ทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 4 จุด เเละทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 5 จุด สำหรับอีก 2 เส้นทางที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกอบด้วย ทางพิเศษกาญจนาภิเษก

(บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 4 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2564 เเละทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 4 จุด คาดว่าจะเเล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2565   

         2.การติดตั้งกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน)เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในไหล่ทางโดย กทพ. จะดำเนินการติดตั้ง จำนวน 32จุด บนทางพิเศษ 4 สายทาง ซึ่ง กทพ. ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2563 จำนวน 1 เส้นทาง คือทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน10จุด ส่วนอีก 3 เส้นทาง อยู่ในระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2564ประกอบด้วย ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 6จุด ทางพิเศษฉลองรัช จำนวน 8จุด เเละทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน 8จุด        

               ทั้งนี้ ในส่วนของทางพิเศษที่มีเอกชนร่วมดำเนินการ กทพ. ได้ประสานให้มีการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว และกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) เช่นกัน

           สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานกทพ. จะรวบรวมข้อมูลผู้กระทำผิดพร้อมไฟล์ภาพจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

               แต่อย่างไรก็ตามนอกจากการใช้ความเร็วสูง หรือวิ่งไหล่ทางซ้ายที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแล้วยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุได้อีก เช่น สภาพรถที่ไม่สมบูรณ์ไม่มั่นคงแข็งแรง ยางแตก ระบบเบรคขัดข้อง เป็นต้น กทพ. จึงได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทางพิเศษตรวจสภาพรถก่อนขึ้นใช้ทางพิเศษเพื่อความปลอดภัยกับผู้ใช้ทางพิเศษและเพื่อนร่วมทางต่อไป” นายสุรเชษฐ์ กล่าวในท้ายที่สุด   

Visitors: 2,714,938