บลจ.กสิกรไทย มองเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัว แนะลงทุนรับต้นปีขาล สานโครงการช้อปดีมีคืน

บลจ.กสิกรไทย มองเศรษฐกิจทั่วโลกขยายตัว โดยเฉพาะเอเชียฟื้นตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แนะต้นปีเป็นอีกจังหวะน่าลงทุน นอกจากเพิ่มโอกาสรับตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการช้อปดีมีคืนสูงสุด 30,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค. – 15 ก.พ.นี้

นายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อไปได้ ในขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ/ภูมิภาคอาจไม่เท่ากัน โดยกลุ่มที่ฟื้นตัวช้าในปีที่ผ่านมาจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเอเชียที่โดดเด่นกว่าฝั่งประเทศที่พัฒนาแล้วจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) ยังคงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังควรต้องติดตามสถานการณ์แพร่ระบาด และการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางประเทศแกนหลัก

นายสุรเดชกล่าวต่อไปว่า ด้านตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศจะฟื้นตัวได้หลังจากที่สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแผนการฉีดวัคซีน รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ซึ่งล่าสุดได้ประกาศโครงการ “ช้อปดีมีคืน” เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ลูกค้าที่ลงทุนในกองทุนรวมกสิกรไทย สามารถนำค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) และค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)ที่เกิดจากการซื้อหรือขายกองทุนในระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2565 มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท

“สำหรับกองทุนรวมจากกสิกรไทยที่เข้าร่วมโครงการฯ มีให้เลือกมากมายหลากหลายนโยบายการลงทุนทั้งกองทุนหุ้นต่างประเทศ กองทุนหุ้นไทย กองทุนหุ้นดัชนี และกองทุนผสม อาทิ K-CHANGE, K-CLIMATE, K-ASIA, K-ATECH, K-JP, K-CHINA, K-VIETNAM, K-STAR, K-GINCOME และ Index Funds เป็นต้น ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นของปีนับเป็นโอกาสอันดีที่อยากจะแนะนำให้ผู้ลงทุนเข้าลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการช้อปดีมีคืน ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มโอกาสรับตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวอีกด้วย” นายสุรเดชกล่าว

นายสุรเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจกองทุนแนะนำจากกสิกรไทย สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน ส่งกลับมาที่ SS_Registrar@kasikornbank.com เพื่อรอรับใบกำกับภาษีตัวจริงสำหรับใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีปี 2565ตรวจสอบรายชื่อกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมซื้อ/ขายที่สามารถขอใบกำกับภาษีได้ที่ www.kasikornasset.com หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน • กองทุนมีนโยบายที่แตกต่างกันทั้งด้านสินทรัพย์/ภูมิภาค/ประเทศ/กลุ่มธุรกิจที่กองทุนลงทุน ราคาของหลักทรัพย์จึงมีความผันผวนตามปัจจัยที่กระทบ • เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

Visitors: 3,722,190