ราช กรุ๊ป-เครือสหพัฒน์ ผนึกกำลังขยายธุรกิจผลิตไฟฟ้า เปิดทางร่วมทุน 51% ในสหโคเจนเสริมความแข็งแกร่ง

นนทบุรี, วันที่ 28 ตุลาคม 2564: บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ เครือสหพัฒน์ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรในการลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าผลักดันสหโคเจนเติบโตโดยเฉพาะด้านพลังงานทดแทน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมพลังงานและความร่วมมือในธุรกิจอื่นๆ ในการนี้ ราช กรุ๊ป จะเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมและหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) จากกลุ่มสหพัฒน์ สัดส่วนร้อยละ 51 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของสหโคเจน มูลค่าการลงทุนรวม 3,413ล้านบาท (คิดเป็นราคา 5.75 บาทต่อหุ้น) ซึ่งสัญญาซื้อขายหุ้น และสัญญาการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้ลงนามแล้วในวันนี้ คาดว่าธุรกรรมทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2564

สำหรับบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมสูงสุด 214 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 96 ตัน/ชั่วโมง โดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้  90 เมกะวัตต์ จำหน่ายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และส่วนที่เหลือรวมทั้งไอน้ำจำหน่ายแก่โรงงานอุตสาหกรรมในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์-ศรีราชา นอกจากนี้ สหโคเจน ยังได้ลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล อีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิต 9.6 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ – ลำพูน จังหวัดลำพูน ดำเนินงานภายใต้บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด (ถือหุ้นทั้งหมด) จำหน่ายไฟฟ้าให้กับ  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 8 เมกะวัตต์ และจำหน่ายไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้า ชีวมวล กำลังการผลิต 7.5 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร ดำเนินงานโดยบริษัท สหกรีน ฟอเรสต์ จำกัด (ถือหุ้นร้อยละ 75) จำหน่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. 7 เมกะวัตต์ อีกทั้งยังมีการร่วมทุนในบริษัท อิมแพค โซล่าร์ จำกัด (ถือหุ้นร้อยละ 21) ดำเนินธุรกิจติดตั้งโซล่าร์บนหลังคาภายในสวนอุตสาหกรรมและขายไฟฟ้าตรงสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยกำหนดเป้าหมายไว้ประมาณ 53 เมกะวัตต์

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความสำเร็จของการร่วมทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการรักษาและสร้างฐานธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าที่จะลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทโคเจนเนอเรชั่นที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์และมีลูกค้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำแน่นอนแล้ว สำหรับโรงไฟฟ้าสหโคเจน ปัจจุบันได้ผลิตไฟฟ้าจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม รวมกว่า 70 แห่ง รวมถึงในเครือของสหพัฒน์ด้วย นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่า ความต้องการไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมจะเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนลูกค้าของสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสและศักยภาพที่จะพัฒนาธุรกิจต่อยอดรองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบจำหน่ายไฟฟ้าไปสู่สมาร์ทกริด และ/หรือไมโครกริดในอนาคตด้วย 

“บริษัทฯ มีความยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ ซึ่งโรงไฟฟ้าสหโคเจน เป็นโครงการประเภทโคเจนเนอเรชั่น ในประเทศไทยแห่งที่ 7 ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มสหพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศไทย ตอบสนองกลยุทธ์ด้านพันธมิตรอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ และมีนัยสำคัญต่อความสำเร็จของเป้าหมายการเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ทั้งสองฝ่ายต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันและพร้อมที่จะผนึกความแข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญในทุกด้านร่วมกันขยายฐานธุรกิจผลิตไฟฟ้าและที่เกี่ยวข้อง โดยเสริมความแข็งแกร่งบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ขอขอบคุณกลุ่มสหพัฒน์ที่เชื่อมั่นในบริษัทฯ จนนำมาสู่ความสำเร็จในวันนี้ รวมทั้งความร่วมมือที่กำลังพัฒนาต่อเนื่องในอนาคต” นางสาวชูศรี กล่าว    

นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โรงไฟฟ้าสหโคเจนในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์-ศรีราชา ถือเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ระบบโคเจน เนอเรชั่นรุ่นแรกของประเทศไทย การได้มีพันธมิตรอย่าง ราช กรุ๊ป ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้ามาร่วมลงทุนในการขยายธุรกิจเป็นสิ่งที่น่ายินดี และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับโรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์-ศรีราชาได้ในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ กับกลุ่มราช กรุ๊ป ในอนาคตต่อไป”            

Visitors: 3,722,198