สนค. และ ศอ.บต. เผยดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้ ไตรมาส 3 ปรับตัวดีขึ้น

พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกันแถลงผลการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้ โดย สนค. และ ศอ.บต. ได้ร่วมกันดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนประมาณ 34,000 คน ในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นไตรมาสที่ 3โดยการสำรวจดังกล่าวเป็นการสอบถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง อีกทั้งยังมีการสำรวจประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่อีกด้วย 

ผอ. สนค. เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้โดยรวมไตรมาสที่ 3 ปี 2564 อยู่ในช่วงเชื่อมั่น ที่ระดับ 51.87 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50.90 ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการสูงขึ้นของความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม สำหรับด้านความมั่นคงดัชนีปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย และเมื่อพิจารณามิติของความเชื่อมั่นในปัจจุบันและในอนาคต พบว่า ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2 โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ระดับ 54.88 และอยู่ในช่วงเชื่อมั่นมาโดยตลอดทั้งสามไตรมาส ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น (ระดับ 48.14) ชี้ว่าแม้ประชาชนจะยังมีความกังวลกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน แต่ยังมีมุมมองเชิงบวกและมีความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นมาโดยตลอด สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้จำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า ในไตรมาสนี้ทุกจังหวัดมีความเชื่อมั่นโดยรวมสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลาที่ดัชนีปรับตัวกลับมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่น

ผอ.สนค. กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจประเด็นเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือของประชาชนในพื้นที่ พบว่า เรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นปัญหามากที่สุด คือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (ร้อยละ 67.05) รองลงมาได้แก่ เรื่องรายได้ตกต่ำ (ร้อยละ 57.98) เรื่องค่าครองชีพ/ราคาสินค้าและบริการสูง (ร้อยละ 55.59) การว่างงาน (ร้อยละ 48.90) และปัญหายาเสพติด (ร้อยละ 44.73) สำหรับความต้องการที่ประชาชนต้องการให้ช่วยเหลือ/แก้ไขมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ เรื่องลดภาระค่าครองชีพ/ราคาสินค้า การมีงานทำและรายได้ การแพร่ระบาด ของไวรัสโควิด-19 ราคาสินค้าเกษตร และความไม่สงบในพื้นที่

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติมว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นสิ่งที่ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ส่วนหน้า เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ประสานงาน บูรณาการและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและคล่องตัว เพื่อลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และ ผอ.สนค. กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก จะดำเนินการตามมาตการ 17+1 โดยมาตรการ 17 ด้าน เป็นมาตรการที่ใช้ดำเนินการมาแล้วในภาคตะวันออก ส่วน +1 เป็นมาตรการเร่งรัดการเปิดด่านชายแดนใต้ เพื่อให้การระบายสินค้าทางการเกษตรไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาดว่านโยบายดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อีกทางหนึ่ง

พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกันแถลงผลการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้ โดย สนค. และ ศอ.บต. ได้ร่วมกันดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนประมาณ 34,000 คน ในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นไตรมาสที่ 3โดยการสำรวจดังกล่าวเป็นการสอบถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง อีกทั้งยังมีการสำรวจประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่อีกด้วย 

ผอ. สนค. เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้โดยรวมไตรมาสที่ 3 ปี 2564 อยู่ในช่วงเชื่อมั่น ที่ระดับ 51.87 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50.90 ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการสูงขึ้นของความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม สำหรับด้านความมั่นคงดัชนีปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย และเมื่อพิจารณามิติของความเชื่อมั่นในปัจจุบันและในอนาคต พบว่า ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2 โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ระดับ 54.88 และอยู่ในช่วงเชื่อมั่นมาโดยตลอดทั้งสามไตรมาส ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น (ระดับ 48.14) ชี้ว่าแม้ประชาชนจะยังมีความกังวลกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน แต่ยังมีมุมมองเชิงบวกและมีความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นมาโดยตลอด สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนใต้จำแนกเป็นรายจังหวัด พบว่า ในไตรมาสนี้ทุกจังหวัดมีความเชื่อมั่นโดยรวมสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลาที่ดัชนีปรับตัวกลับมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่น

ผอ.สนค. กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจประเด็นเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือของประชาชนในพื้นที่ พบว่า เรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นปัญหามากที่สุด คือ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (ร้อยละ 67.05) รองลงมาได้แก่ เรื่องรายได้ตกต่ำ (ร้อยละ 57.98) เรื่องค่าครองชีพ/ราคาสินค้าและบริการสูง (ร้อยละ 55.59) การว่างงาน (ร้อยละ 48.90) และปัญหายาเสพติด (ร้อยละ 44.73) สำหรับความต้องการที่ประชาชนต้องการให้ช่วยเหลือ/แก้ไขมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ เรื่องลดภาระค่าครองชีพ/ราคาสินค้า การมีงานทำและรายได้ การแพร่ระบาด ของไวรัสโควิด-19 ราคาสินค้าเกษตร และความไม่สงบในพื้นที่

เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติมว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นสิ่งที่ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ส่วนหน้า เพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ประสานงาน บูรณาการและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและคล่องตัว เพื่อลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด และ ผอ.สนค. กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก จะดำเนินการตามมาตการ 17+1 โดยมาตรการ 17 ด้าน เป็นมาตรการที่ใช้ดำเนินการมาแล้วในภาคตะวันออก ส่วน +1 เป็นมาตรการเร่งรัดการเปิดด่านชายแดนใต้ เพื่อให้การระบายสินค้าทางการเกษตรไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาดว่านโยบายดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อีกทางหนึ่ง

Visitors: 3,723,372