“ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2565 ของรัฐวิสาหกิจเป็นไปตามเป้าหมาย”

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง สำหรับปี 2565 รัฐวิสาหกิจมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ณ สิ้นเดือนเมษายน 2565 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยสามารถเบิกจ่ายได้ 99,703 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของแผนการเบิกจ่ายสะสม ประกอบด้วยการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจระบบปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – เดือนเมษายน 2565) 34 แห่ง จำนวน 56,981 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนเบิกจ่ายสะสม และรัฐวิสาหกิจระบบปีปฏิทิน(ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 - เดือนเมษายน 2565) 9 แห่ง จำนวน 42,722 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 102 ของแผนเบิกจ่ายสะสม

ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปี 256ณ สิ้นเดือนเมษายน 2565

หน่วย : ล้านบาท

รัฐวิสาหกิจ

 

กรอบลงทุนทั้งปี

 

แผนเบิกจ่ายสะสม

 

ผลเบิกจ่ายสะสม

% เบิกจ่ายสะสม/
แผนเบิกจ่ายสะสม

ปีงบประมาณ (ต.ค. 64 เม.ย. 65)

จำนวน 34 แห่ง

125,332

57,629

56,981

99%

ปีปฏิทิน (ม.ค. 65 – เม.ย. 65)

จำนวน 9 แห่ง

212,794

41,849

42,722

102%

รวม 43 แห่ง

338,126

99,478

99,703

100%

นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้รัฐวิสาหกิจหลายแห่งมีการปรับปรุงกรอบลงทุนให้สอดคล้องกับความสามารถในการเบิกจ่ายและวงเงินที่ได้เร่งเบิกจ่ายไปบางส่วนแล้วในปี 2564 โดย ณ เดือนเมษายน 2565 โครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการสามารถเบิกจ่ายเป็นไปตามแผน อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงบางซื่อ - รังสิต (โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง)) โครงการก่อสร้างรถไฟ สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

นางปานทิพย์ ศรีพิมลผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า ในเดือนเมษายน 2565 ภาพรวมของรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้เป็นไปตามแผน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังโดย สคร. จะยังคงติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นไปตามเป้าหมายและช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่อไป 

Visitors: 4,415,195