ชลประทาน เดินหน้าเพิ่มน้ำกุมภวาปี ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เกษตร 2หมื่นไร่

กรมชลประทานเดินหน้า โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ในแผนปฏิบัติการณ์ 5 ปี วงเงิน 1,756 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เกษตร 20,000 ไร่และลดพื้นที่น้ำท่วม 21,000 ไร่ โดย ยืนยันว่า แผนพัฒนาไม่กระทบกับ ทะเลบัวแดง

 

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ นำสื่อมวลชนสัญจรติดตามโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี โดยมีนายจารึก วัฒนโกศัย ผอ.ชลประทานที่ 5 อุดรธานี นายนภดล น้อยไพโรจน์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี นำตัวแทน บ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอน แมนเนจเมนต์ จก.ที่ปรึกษาชี้แจงโครงการและนำดูพื้นที่ประตูระบายน้ำบริเวณโครงการ

ตัวแทน บ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอน แมนเนจเมนต์ จก.ชี้แจงว่า หนองหานกุมภวาปี เป็นจุดรวมลำห้วย 8 สาย เป็นต้นน้ำของลำน้ำปาว ไหลไปลงเขื่อนลำปาวที่ จ.กาฬสินธุ์ ในปี 2539 กรมส่งเสริมพัฒนาพลังงาน สร้างที่นี่ขึ้นมาเรียกว่า ฝายกุมภวาปี ประกอบด้วย ประตูควบคุมน้ำขนาดใหญ่  คันดินยาว 112 กม.  อาคารระบายน้ำ 58 แห่ง  สถานีสูบน้ำ 14 สถานี  คลองส่งน้ำดาดคอนกรีตยาว 111 กม. เป้าหมายพื้นที่ชลประทาน 48,000 ไร่ แต่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เต็มที่ 106 ล้าน ลบม.เพราะมีน้ำท่วมนอกคันดิน จึงเก็บกักน้ำไว้ได้เพียง 70-80 ล้าน ลบม.

กรมชลประทานรับถ่ายโอนมาปี 2553 ปัจจุบันโครงการผ่านการใช้งานมากกว่า 20 ปี การบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ เปลี่ยนเครื่องปั้ม-ท่อและสร้างคลองส่งน้ำรางยู แทนคลองสี่เหลี่ยมคางหมู และให้ที่ปรึกษามาศึกษาความเหมาะสม ตั้งแต่ 6 พ.ค.601 ส.ค. 61 สรุปข้อเสนอ สร้างประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำปากลำห้วย 8 แห่ง สร้างสถานีสูบน้ำเพิ่ม 9 แห่ง ปรับปรุงอาคารระบายน้ำ 33 แห่ง  ปรับปรุงคูระบายน้ำ 43 กม.และเปลี่ยนท่อส่งน้ำ 13 กม.ในแผนปฏิบัติการณ์ 5 ปี วงเงิน 1,756 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เกษตร 20,000 ไร่ และลดพื้นที่น้ำท่วม 21,000 ไร่ 

โดยตัวแทนบริษัทฯที่ปรึกษา ยืนยันว่า แผนพัฒนาที่เสนอจะไม่กระทบกับ ทะเลบัวแดง เพราะระดับน้ำยังไม่เกินกว่าระดับน้ำโครงการเดิม อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการน้ำดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯได้นำเสนอแนวทาง ในการระบายน้ำด้านนอกคันดิน ให้น้ำจาก 8 ลำห้วย ไหลอ้อมหนองหานกุมภวาปี ไปลงยังลำน้ำปาว หลังประตูระบายน้ำได้อีกทางหนึ่ง แต่อยู่นอกเหนือการศึกษา ยังไม่มีรายละเอียดต้องศึกษาเพิ่มเติม และเสนอให้มีการศึกษาความเหมาะสม ฝายบ้านกุดนาค้อ ต.ตาดทอง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี อยู่ท้ายน้ำของลำน้ำปาว จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 10,000 ไร่

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการฯนี้เกิดมาแล้วกว่า 20 ปี อาคารที่มีอยู่ คลองส่งน้ำ ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก อาคารควบคุมปล่อยน้ำปิดเปิดอัตโนมัติไม่ทำงาน ไม่สามารถส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพได้ จากสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป มีผลกระทบกับอาคารชลประทาน น้ำที่เคยเก็บเต็มศักยภาพ 106 ล้าน ลบ.ม.แต่เก็บได้เพียง 70 ล้าน ลบ.ม.เพราะมีการรั่วออกไปมาก แต่พอหน้าน้ำน้ำที่นี่เต็ม ไม่สามารถระบายไปไหนได้ ภายนอกก็เต็มพื้นที่การเกษตรก็ถูกน้ำท่วมด้วย

และหากสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดงแต่จะส่งผลดีให้มีบัวบานมากขึ้น ส่วนระบบนิเวศซึ่งในพื้นที่มีโรงงานน้ำตาล เกษตรกร ที่ต้องการใช้น้ำดี ชลประทานมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ดูว่าปริมาณออกซิเจนมีเท่าไหร่ เพราะนอกจากเกษตรกรใช้น้ำเราแล้ว น้ำประปาของอำเภอก็ใช้จากที่นี่ปีละเกือบ 10 ล้าน ลบ.ม.ฉะนั้นน้ำที่นี่ต้องสะอาด เราจึงต้องช่วยกันดูแล

 

 

Visitors: 1,096,105