DITP จับมือเจโทรจัดสัมมนาอีคอมเมิร์ซ ตั้งเป้าสินค้าไทยรุกตลาดค้าออนไลน์แดนซากุระ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) จับมือเจโทร กรุงเทพฯ จัดสัมมนา ความรู้เบื้องต้นสู่ตลาด อีคอมเมิร์ซญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ดึงกูรูจาก Rakuten, Inc. อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่แดนซากุระ ให้ความรู้ผู้ประกอบการไทยเร่งปรับตัวรับกระแสค้าออนไลน์โตเดือด ตั้งเป้าเพิ่มโอกาสสินค้าไทยรุกตลาดอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นในอนาคต

 

นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นผู้แทนกรมกล่าวเปิดงานสัมมนาว่า กรมร่วมกับเจโทร กรุงเทพฯ จัดสัมมนาเรื่อง ความรู้เบื้องต้นสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ถนนรัชดาภิเษก โดยได้รับ ความร่วมมือจากเจโทรส่งวิทยากรชาวญี่ปุ่น นายมิทช์ ทาคาฮาชิ
(
Mr. Mitch TAKAHASHI) รองผู้จัดการทั่วไป  ฝ่ายธุรกิจการค้าข้ามพรมแดนของบริษัท Rakuten, Inc. บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น  พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและสอบถามข้อมูลกับวิทยากรในช่วงท้ายของงานด้วย

 

นางวรรณภรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากที่เคยเป็นมาในอดีต ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะธุรกิจ SMEs จะยังคงยึดติดกับหลักการตลาดแบบเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว อีคอมเมิร์ซได้กลายเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญนอกเหนือจากช่องทางจำหน่ายสินค้าปกติประเภทห้างร้านหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยที่ผ่านมากรมฯ ได้มีการจัดทำเว็บไซต์ “Thaitrade.com” และพัฒนาเป็น “Thaitrade.com SOOK” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้นสำหรับคำสั่งซื้อที่มีจำนวนไม่มาก นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ 
ในต่างประเทศหลายราย อาทิ
amazon.com (สหรัฐอเมริกา) alibaba.com (จีน) tmall.com (จีน) taobao.com (จีน) tradeindia.com (อินเดีย) และ coupang.com (เกาหลีใต้) เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยโดยเฉพาะ SMEs ได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่มโอกาสในการขยายฐานการค้าและสามารถค้าขายเจาะตลาดประเทศคู่ค้านั้นๆ ได้มากยิ่งขึ้น โดยกรมฯ มีแผนการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการไทยผ่าน E-Platform เหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อนำพา SMEs ของไทยเติบโตขยายช่องทางกระจายสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดทั่วทุกมุมโลกได้เพิ่มมากขึ้นต่อไป  ในอนาคต

 

การจัดงานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยเน้นย้ำถึงบทบาทและภารกิจของกรมฯ ในการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการค้าอีคอมเมิร์ซ กรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยได้ตระหนักถึงบทบาทของอีคอมเมิร์ซที่นับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และนำไปปรับใช้กับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของตนเพื่อให้สามารถรับมือกับโลกการค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  ที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรงได้อย่างสอดคล้องเหมาะสมและทันท่วงที และที่สำคัญจะเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยที่จะได้เรียนรู้ถึงลักษณะเฉพาะของตลาดอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นที่มีมูลค่าตลาดในรอบปีที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 95,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา และ สหราชอาณาจักร ตลอดจนเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร โดยกรมจะเข้ามาช่วยในการแนะนำบริษัทไทยเพื่อเป็นพาร์ทเนอร์กับ Rakuten ในการดูแลเรื่องการตลาด โลจิสติกส์ การบริหารสินค้าคงคลัง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเข้าไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังของญี่ปุ่นต่อไปในอนาคต นางวรรณภรณ์กล่าวทิ้งท้าย   

 

 

 

งานสัมมนา ความรู้เบื้องต้นสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่น เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล  ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย และสอดคล้องกับบทบาทและภารกิจของ DITP ด้านการส่งเสริมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือช่องทางสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

Visitors: 1,098,032