“ศักดิ์สยาม” เร่งแก้ปัญหาหน้าด่านใช้เทคโนโลยีAI พัฒนาโปรแกรมเชื่อมข้อมูล

“ศักดิ์สยาม” รับฟังบรรยายการดำเนินการและการแก้ไขปัญหาการจราจรหน้าด่านจัดเก็บค่าผ่านทาง สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่จัดเก็บเงินหน้าด่าน เพื่อประสิทธิภาพในการรับชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI พัฒนาโปรแกรม เชื่อมต่อข้อมูลป้องกันปัญหาอาชญากรรม ลดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังรับฟังบรรยายการดำเนินการและการแก้ไขปัญหาการจราจรหน้าด่านจัดเก็บค่าผ่านทาง กรมทางหลวง ว่า กรมทางหลวงได้รายงานการดำเนินการตามนโยบาย ประกอบด้วย 1.การเพิ่มเจ้าหน้าที่จัดเก็บเงินหน้าด่าน จำนวน 10 คน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งกรมทางหลวงได้เลือกด่านทับช้าง 1 และด่านทับช้าง 2 มาทดสอบ โดยได้มีการทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่จัดเก็บ การตรวจค้น แจกอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย กำหนดตำแหน่งยืนภาคสนาม และทำการประชาสัมพันธ์ผ่านแผ่นป้าย VMS และประกาศหน้าด่าน 
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้สรุปผลการทดสอบในภาพรวม โดยต้องปรับปรุงโปรแกรม (software) ของระบบจัดเก็บให้รองรับกระบวนการทำงานของการปล่อยเป็นขบวนร่วมกับการทำงานแบบปกติ และระบบรายงานปริมาณการจราจรและรายได้ พร้อมหาแนวทางการป้องกันรถฝ่าด่าน พร้อมรองรับการแจ้งความที่น่าจะมีผู้ละเมิดมากขึ้นนอกจากนี้ ต้องจัดเตรียมพนักงาน 14 คนต่อตู้ (1 คนจัดเก็บในตู้ 1 คนหยุดรถหลังตู้ 1 คนหยุดรถหน้าตู้ 10 คนจัดเก็บ 1 คนระวังหัวขบวนและจัดการจราจร) และเตรียมทีมรับ-ส่งเงินทอนจากหน้าด่านไปให้พนักงานหน้าตู้เก็บเงิน

 2.นโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางอัตโนมัติ ETC โดยการยกไม้กั้น ซึ่งกรมทางหลวงได้ทดลองติดตั้งกล้องดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่องทาง (DVES) เพิ่มเติม และกล้องอ่านทะเบียน (LPR) ซึ่งกรมทางหลวงได้สรุปผลจากการทดสอบ โดยต้องจัดทำระบบมีการบูรณาการข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก และบังคับใช้กฎหมายร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเพิ่มบทลงโทษให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการละเมิดกฏหมาย ทั้งนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้มีข้อสั่งการในการแก้ปัญหาการจราจรหน้าด่านเก็บค่าผ่านทาง ดังนี้ 1.ระยะเร่งด่วน ได้มอบให้กรมทางหลวง ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล ทดสอบการแก้ไขปัญหาในห้องปฏิบัติการ 1 สัปดาห์ก่อนลงพื้นที่ทดลองปฏิบัติในพื้นที่จริง 1 สัปดาห์ จากนั้นนำข้อมูลมาประมวลผล และรายงานผลการดำเนินการให้กระทรวงคมนาคม
2.ระยะยาว ให้ใช้เทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้และพัฒนาโปรแกรม เชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม ลดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ซึ่งโปรแกรมจะสามารถ Check in / check out และคำนวณค่าผ่านทางได้ทันที ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

Visitors: 1,440,787