กระทรวงพลังงาน สั่งซ้อมแผนฉุกเฉิน ทุกภาคส่วน ‘เตรียมพร้อม’ รับมือทุกสถานการณ์ด้านพลังงาน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ประจำปี 2562 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร บี ชั้น 15 พร้อม หน่วยงานภายในกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ร่วมซักซ้อมแผนฯ โดยจำลองสถานการณ์สมมติด้านพลังงานเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วน

            จากสถานการณ์กรณีบริษัทน้ำมัน Aramco ของประเทศซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีทำให้กระทรวงพลังงานตระหนักถึงความสำคัญของแผนรับมือสถานการณ์เพราะพลังงานถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่งที่ใช้ในการขนส่งสินค้าและการคมนาคม โดยภารกิจของกระทรวงพลังงานคือการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของพลังงานทุกประเภท และจัดสรรให้ทุกภาคส่วนมีใช้อย่างเพียงพอต่อความต้องการเมื่อเกิดสถานการณ์ความไม่สงบตามจุดต่างๆ ของโลกที่จะส่งผลต่อแหล่งผลิตหรือส่งออกเชื้อเพลิงด้านพลังงาน

            กระทรวงพลังงานได้เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว และได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ฝึกปฏิบัติวิธีการสั่งการและการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการด้านพลังงาน
เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจต่อทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบ

            โดยในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ประจำปี 2562 กระทรวงพลังงานได้จำลองสถานการณ์ “การปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อันเกิดจากเหตุความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลเตหะรานของอิหร่าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยหายไปถึง 62% ต่อวัน และทำให้มีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ จนต้องมีการประกาศใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบริหารจัดการแบ่งสรรปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับภาคส่วนที่มีความสำคัญและเพื่อความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวได้ถูกจำลองเพิ่มเติมให้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายๆ ภาคส่วน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือในการบริหารจัดการสถานการณ์ร่วมกันระหว่างกระทรวง กรม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

Visitors: 1,365,956