“สนธิรัตน์”ชูนโยบาย B20 - EV หนุนภาคขนส่ง บนเวทีอินเตอร์เนชันแนล ทรัคโชว์ 2019 พร้อมตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าชีวมวล VSPP ที่จ.นครสวรรค์

“สนธิรัตน์” ลงพื้นที่นครสวรรค์ ลุย 2 ภารกิจ เชื่อมโยง Energy for All เปิดงานอินเตอร์เนชันแนล ทรัคโชว์-ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าชีวมวล เชื้อเพลิงชานอ้อย เพื่อผลักดันให้ภาคพลังงานเป็นพื้นฐานที่สร้างความแข็งแรงให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

วันนี้ (14 ธ.ค.62) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และงานอินเตอร์เนชันแนล ทรัคโชว์ 2019 ที่จ.นครสวรรค์ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง ทิศทางพลังงานภาคการขนส่งจะไปทางไหน B20 หรือรถไฟฟ้าในประเด็นสำคัญว่า สมาคมฯ เป็นกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนนที่ใช้รถบรรทุกเป็นหลัก ซึ่งนับว่ามีความสำคัญในการสนับสนุนการกระจายการค้าภายในประเทศและในกลุ่มอาเซียน เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เกิดการหมุนเวียนสินค้า สร้างความเจริญให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการจัดงานอินเตอร์เนชั่นแนล ทรัคโชว์ 2019 แสดงนวัตกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เกิดระบบจัดการขนส่งที่ดีขึ้นมีคุณภาพได้มาตรฐาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึง นโยบายพลังงานกับภาคขนส่งว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาคขนส่งเป็นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูงสุด ในสัดส่วน 40% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ซึ่งรถภาคขนส่ง  ส่วนใหญ่จะเป็นรถดีเซลที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีหน้าที่ในการจัดหาพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในภาคขนส่งทั้งไบโอดีเซลและเอทานอล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่สะอาดมีส่วนช่วยลด PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้

ที่ผ่านมา สิ่งที่กระทรวงพลังงานได้ทำไปแล้วคือการยกระดับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลจากปาล์มที่ B7 ไปเพิ่มส่วนผสมน้ำมันปาล์มดิบสัดส่วนสูงขึ้นเป็น B10 ใช้สำหรับรถยนต์ดีเซลทั่วไป และมี B20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการและค่าครองชีพของประชาชน มีส่วนช่วยแก้ปัญหาน้ำมันปาล์ม สร้างเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันให้เกษตรกรได้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พยายามเร่งขับเคลื่อนมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งคาดว่าจะบังคับใช้กับเครื่องยนต์และคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานใหม่ได้ภายใน ปี 2567 

สำหรับการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้น ก็เป็นมาตรการหนึ่งของการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่ง ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2558 - 2579 (EEP 2015) ตั้งเป้าหมายส่งเสริมรถ EV ในปี 2579 รวม 1.2 ล้านคัน ซึ่งล่าสุดก็ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าติดฉลากเบอร์ 5 ของ กฟผ. ไปแล้ว นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรถ EV ในประเทศไทย

โดยแผนส่งเสริม EV จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เพื่อพัฒนาแผนส่งเสริมการใช้ การสนับสนุนด้านภาษี และทำให้เกิดการสร้างฐานการผลิตในประเทศ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดมลพิษในเขตเมือง ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้เมืองน่าอยู่ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อสร้างระบบแบตเตอรี่สำรองที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเพื่อรองรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับ EV และโครงการระบบรางต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟชานเมืองรอบกรุงเทพฯ ที่เป็นสถานีหลัก โดยจะถูกบรรจุอยู่ในโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าต่าง ๆที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP)

ในวันเดียวกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าชีวมวลเชื้อเพลิงชานอ้อย ของบริษัทเกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าของผู้ผลิตขนาดเล็กมาก (VSPP) ที่ ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มีกำลังผลิตติดตั้ง 50 เมกะวัตต์ ปริมาณซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา 8 เมกะวัตต์ โดยใช้เชื้อเพลิงจากชานอ้อยในการผลิต 10,000 ตัน/วัน และใช้ใบอ้อย 2,000 ตัน/วัน มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้ายังมีอุปสรรคสำคัญในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง เพราะปริมาณเชื้อเพลิงไม่เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลัง

 

โดยการตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าดังกล่าว ถือเป็นการศึกษาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการโรงไฟฟ้า ชีวมวล เพื่อนำข้อมูลทั้งข้อดีหรือข้อจำกัดต่างๆ ไปเป็นฐานข้อมูลเพื่อต่อยอดไปสู่การบูรณาการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชนเชื้อเพลิงชีวมวล ตามนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อเศรษฐกิจฐานรากของกระทรวงพลังงานที่กำลังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนในขณะนี้ ให้เกิดผลสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม

Visitors: 1,626,493