ชาญกฤช ปลุกกระแส รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย รับมือโควิด-19

                ชาญกฤช" ชี้รัฐบาลเตรียมใช้ยาแรงรับมือผลกระทบท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 ปลุกกระแส "รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย”

 

          นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก ได้รับผลกระทบไปทั่วโลก และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไร โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทุกองคาพยพในธุรกิจท่องเที่ยว ตลาดหุ้นทั่วโลกระส่ำระสาย หลายประเทศกำลังเร่งหามาตรการรับมือ สำหรับประเทศไทยเรา รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะท่านอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เร่งออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินและภาษี ทั้งที่ออกมาแล้วก่อนหน้านี้และที่กำลังจะทยอยออกมาในอนาคต

 

        สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินที่ออกมาผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล อาทิ ธนาคารกรุงไทยออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน ให้สามารถพักชำระหนี้เงินต้นตามระดับผลกระทบ และขยายเวลาการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับธุรกิจ สำหรับลูกค้ารายที่ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี ให้สินเชื่อดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี กู้สำหรับ SMEs 10 ประเภท เลือกใช้ตามความต้องการของธุรกิจ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี

 

             ธนาคารออมสินให้สินเชื่อเพิ่มวงเงินสูงสุด 50,000 บาท ผ่อนชำระคืนสูงสุด 5 ปี และปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก แก่ผู้ประกอบการ ผู้มีอาชีพอิสระ พนักงานลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม กู้ได้ทันทีภายใน 30 กันยายน พร้อมทั้งลดดอกเบี้ยให้สูงสุด 20% ของดอกเบี้ยจ่าย ระยะเวลา 1 ปี พักเงินต้นไม่เกิน 2 ปี และขยายเวลาชำระหนี้ ยื่นคำขอได้ภายใน 31 ธันวาคม 2563

 

          บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ 12 เดือน สำหรับลูกค้า SMEs เดิม ในกลุ่มธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์–31 กรกฎาคม 2563

 

        ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านภาษี ให้ขยายระยะเวลาการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถึงเดือนมิถุนายน มาตรการภาษีสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนา เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ สำหรับรายจ่ายในปี 2563

 

      “รัฐบาล ผ่านทางกระทรวงการคลัง เฝ้าติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องผู้ประกอบการทุกประเภทธุรกิจอย่างใกล้ชิด โดยได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินและภาษีที่ออกมาแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศก็ดี และมาตรการชิมช้อปใช้ เฟสใหม่ก็ดี ท่านรัฐมนตรีอุตตมกำลังเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ตนเชื่อว่าเป็นยาแรงที่จะช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้

 

        ในสถานการณ์ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนควรงดการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส แล้วหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศกันให้มาก ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถมั่นใจเรื่องความปลอดภัย เพราะรัฐบาล ผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการคุมเข้มไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการยืนยันจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) อันดับที่ 6 จากทั้งหมด 195 ประเทศ อีกทั้งเป็นประเทศกำลังพัฒนาเพียงประเทศเดียวที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ใน 10 ด้านความพร้อมในการเตรียมตัวรับมือโรคระบาดดีที่สุดในโลก

 

        ตนให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวภายในประเทศได้อย่างสบายใจ และอยากเชิญชวนให้จับจ่ายใช้สอยกันให้มาก เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” นายชาญกฤชกล่าว




Visitors: 1,794,010