บลจ.กสิกรไทย โชว์ปันผล SSFX กองแรกในไทยกว่า 39 ล้านบาท ลูกค้า K-SUPSTAR-SSFX เฮรับทรัพย์ถ้วนหน้าฝ่าวิกฤต COVID-19

บลจ.กสิกรไทย โชว์ปันผล SSFX กองแรกในไทยกับกองทุน K-SUPSTAR-SSFX กว่า 39 ล้านบาท เผยมองบวกต่อตลาดหุ้นไทย เหตุยังเติบโตได้จากปัจจัยภายนอกและในประเทศ รวมถึงแผนเริ่มใช้วัคซีนกลางปีนี้ หนุนภาคการท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจพลิกฟื้นวิกฤต COVID-19 คาดดัชนีหุ้นไทยปลายปีอยู่ที่ 1600 จุด

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต, CFA, Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย เตรียมจ่ายปันผลกองทุน SSFX กองแรกในไทย กับกองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 14 มกราคม 2564 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 39.55 ล้านบาท

นางสาวธิดาศิริกล่าวต่อไปว่า กองทุน K-SUPSTAR-SSFX มีนโยบายที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดี มีศักยภาพสูง และมีความมั่นคงของกระแสเงินสด (Defensive) สามารถเติบโตได้แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว (Quality Growth) ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการแบบ Tactical Trade ที่ผู้จัดการกองทุนจะคอยจับจังหวะซื้อขายหุ้นเพื่อหาโอกาสทำกำไรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้กองทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอระหว่างการถือครองหน่วยลงทุน ตามนโยบายจ่ายปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ทั้งนี้ การจ่ายปันผลในรอบนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือนเมษายนในปีที่ผ่านมา โดยกองทุนมีผลการดำเนินงานย้อนหลังนับตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 17.90% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 7 มกราคม 2564)

“ตลาดหุ้นไทยยังเติบโตได้โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ดังนี้ 1) การไหลเข้าของกระแสเงินลงทุน (Fund Flows) ที่ไหลกลับมาทางกลุ่มตลาดเกิดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียจากนโยบายต่างประเทศของไบเดนที่เป็นบวกต่อเอเชีย และทิศทางค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงผลการเลือกตั้งวุฒิสภาจอร์เจียที่พรรคเดโมแครตได้ครองคะแนนเสียงส่วนมากในสภาสูง (Blue Wave) ซึ่งจะสามารถผลักดันทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงินที่มากขึ้น 2) อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำจากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย รวมถึงการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลก 3) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัว 2.6% จากการใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะที่การส่งออกยังเผชิญข้อจำกัดจากทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าและการฟื้นตัวไม่เต็มที่ของเศรษฐกิจโลก และ 4) กำไรของบริษัทจดทะเบียนของไทยที่กลับมาเติบโตขึ้นกว่า 30% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องประเมินสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ว่าจะมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อแค่ไหน” นางสาวธิดาศิริกล่าว

นางสาวธิดาศิริกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และคาดว่าดัชนีหุ้นไทยปลายปีจะอยู่ที่ระดับ 1600 จุด โดยการผลิตวัคซีนที่มีแผนจะนำออกมาใช้ได้ในกลางปีนี้ น่าจะทำให้สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้ไทยเริ่มทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนการสร้างรายได้สูงถึง 13% ของจีดีพี ดังนั้น หากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ เศรษฐกิจไทยก็น่าจะมีการฟื้นตัวได้ดีตามลำดับ

กองทุน K-SUPSTAR-SSFXไม่เปิดให้ผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติมได้อีก อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจนโยบายการลงทุนของกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนในกองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม (K-STAR-SSF) ซึ่งมีนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุน K-SUPSTAR-SSFX แทนได้ โดยเริ่มต้นลงทุนง่ายๆ เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS และ K-My Funds หรือ ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ผู้ลงทุนติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

Visitors: 2,504,530