กทพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Opinion Hearing) โครงการทางพิเศษ สายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อนำไปประกอบการจัดทำสาระสำคัญของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน เป็นไปตามขั้นตอนพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 คาดว่าสามารถเชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนได้ภายในปี 2566 โดยมี นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นประธาน

          นายสุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2565 อนุมัติให้ กทพ. ดำเนินงานโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ในรูปแบบ PPP Net Costซึ่งภาครัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในขณะที่ภาคเอกชนรับผิดชอบ การออกแบบรายละเอียดและการก่อสร้าง(รวมถึงควบคุมงาน)และการดำเนินงานบริหารจัดการและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance : O&M) โดยเอกชนเป็นผู้จัดเก็บรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด ทั้งนี้เอกชนจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ลงทุนทั้งหมดให้แก่ภาครัฐก่อนเริ่มเปิดบริการในลักษณะ ของ BTO (Build-Transfer-Operate) มีระยะเวลาร่วมลงทุนรวม 35 ปี นับจากวันที่ กทพ. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed) ซึ่งแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็น 2 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1การออกแบบและก่อสร้าง ระยะเวลาไม่มากกว่า 4 ปี นับจากวันที่ กทพ. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน ระยะที่ 2 การดำเนินงานบริหารจัดการและบำรุงรักษา ระยะเวลานับจากสิ้นสุดระยะเวลาสำหรับงานในระยะที่ 1 ระยะเวลารวมทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ไม่มากกว่า 35 ปี มูลค่าเงินลงทุนโครงการรวม 14,670.57 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5,792.24 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง (รวมค่าควบคุมงาน) 8,878.34 ล้านบาท คาดการณ์ปริมาณจราจร ณ ปีเปิดให้บริการ ประมาณ 71,000 คัน/วัน (รถยนต์ 36,000 คัน/วัน รถจักรยานยนต์ 35,000 คัน/วัน) ผลตอบทานด้านการเงิน NPV 1,734.37 ล้านบาท B/C Ratio 1.12 เท่าPayback Period 21 ปี โครงการนี้มีความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ อัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) เท่ากับ 20.44%อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของเงินลงทุน (Equity IRR)เป้าหมาย 8.50%

          “การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนภาคเอกชน เพื่อทราบถึงความสนใจของนักลงทุน และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุน รวมถึงได้รับข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำเอกสารคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal: RFP) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำแนวทางการดำเนินงานโครงการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถประกาศเชิญชวนเอกชนเพื่อยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนได้ภายในปี 2566 และจะเริ่มก่อสร้างโครงการในปี 2567 พร้อมเปิดดำเนินการได้  ในปี 2570 ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางจากอำเภอกะทู้ไปยังหาดป่าตอง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยโครงการฯ จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร และอุบัติเหตุ บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4029 รวมทั้งสามารถใช้เป็นเส้นทางอพยพกรณีเกิดภัยพิบัตินอกจากนี้ กทพ. อยู่ระหว่างศึกษาแนวเส้นทางส่วนต่อขยายกะทู้-ป่าตอง ช่วงสนามบินภูเก็ต-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30 กิโลเมตร เป็นการเชื่อมโครงข่ายทางพิเศษเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดและเป็นทางเลือกในการเดินทาง ในจังหวัดภูเก็ต”นายสุรเชษฐ์ กล่าวในท้ายที่สุด

Visitors: 4,479,295