จุรินทร์” ติดปีกนักลงทุนไทยในมองโกเลีย สร้างเครือข่ายการค้า ดันการลงทุนพลังงานสะอาด-สุขภาพ-ก่อสร้าง คาดลงทุนไทยโต 1,500 ล้านเหรียญ ในปี 2570 ดึงเงินเข้าประเทศ

6 กันยายน 2565 เวลาท้องถิ่น 10.30 น. นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายการค้า Business Networking ระหว่างไทยและมองโกเลีย พร้อมด้วยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์  นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและคณะ ที่โรงแรมแชงกรีลา อูลานบาตาร์ กรุงอูลานบาตาร์ ประเทศมองโกเลีย

นายจุรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้มีภาคเอกชนมา 6 บริษัทเป็นบริษัทที่ลงทุนด้านพลังงาน 3 บริษัทและด้านสุขภาพ 1 บริษัท และบริษัทที่สนใจมาเปิดตลาดสินค้าที่นี่ 2 บริษัท มูลค่าการค้าการลงทุนไทย-มองโกเลีย ยังถือว่าไม่มาก แต่เมื่อวานหลังจากที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-มองโกเลีย ครั้งที่ 1 หรือ JTC เราได้มีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันสำหรับการค้า เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันจาก 55 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2027 สำหรับการลงทุนจะเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ล้านหรียญสหรัฐ เป็น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2027 เช่นกัน ขณะนี้เรื่องการลงทุนอย่างเดียว ผู้ประกอบการไทยมาลงทุนที่นี่อย่างน้อย 4 บริษัทขนาดใหญ่ ถือเป็นเงินก้อนใหญ่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีบริษัทบ้านปู  บริษัท เสริมสร้าง (Sermsang Power Corporation Plc.)  บริษัท เอ็นเสิร์ฟ( Enserv UB llc.) และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

มูลค่าการลงทุนประมาณ 36,000 ล้านบาทและอนาคตตนคิดว่าคนไทยสามารถมาขยายการลงทุนที่นี่ได้ โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจำนวนหนึ่งมาลงทุนสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขายให้กับรัฐบาลมองโกเลีย และตนทราบว่าโซล่าเซลล์ถ้าอากาศเย็นและแดดแรงจะเพิ่มผลผลิตไฟฟ้าได้ถึง 30% ซึ่งที่นี่ตรงสเป็คเพราะแดดแรงมากและอากาศเย็น จะเป็นการลงทุนที่มีอนาคต รวมถึงด้านอื่นด้วยซึ่งวันนี้นักลงทุนของไทยมาแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพในการลงทุนที่ประเทศมองโกเลียและต่อไปไทยและมองโกเลีย จะจัดกิจกรรมพิเศษให้หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของมองโกเลียพบกับผู้สนใจลงทุนชาวไทย และ BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ของเราจะได้พบกับนักลงทุนชาวมองโกเลีย เพื่อดึงนักลงทุนไปลงทุนในไทยด้วย ซึ่งวิน-วินทั้งคู่ต่อไปในอนาคต ซึ่งเมื่อมีกำไรก็จะนำกลับประเทศสุดท้ายรายได้ก็จะกลับไปยังประเทศไทย

และเมื่อวานตนได้พบกับประธานรัฐสภาของมองโกเลีย (H.E. Mr. G. Zandanshatar) ได้แลกเปลี่ยนความคิดพัฒนาการค้าการลงทุนร่วมกันและท่านถือเป็นบุคคลสำคัญลำดับต้นของมองโกเลียเป็นประธานรัฐสภาซึ่งบรรยากาศดี ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับมองโกเลีย มีมายาวนานเพราะเรามีกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-มองโกเลีย อยู่ในรัฐสภาและมีทั้ง ส.ส. ส.ว.เป็นสมาชิกของกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-มองโกเลีย มีการแลกเปลี่ยนการเยือน ระหว่าง 2 ประเทศอยู่ต่อเนื่อง นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับมองโกเลีย ที่มีความสัมพันธ์มา 48 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับรัฐสภามองโกเลียมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานเช่นเดียวกันและเป็นไปด้วยดี

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า สำหรับการเดินทางเยือนมองโกเลียครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดฉากการค้า ถือเป็นโอกาสฉลองครบรอบ 48 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศของไทยกับมองโกเลีย ซึ่งไทยยังสามารถใช้มองโกเลียเป็นประตูการค้าสู่รัสเซียหรือกลุ่มประเทศที่แตกตัวจากรัสเซียได้ ขณะเดียวกันมองโกเลียก็สามารถใช้ไทยเป็นประตูการค้าสู่อาเซียนได้ ปัจจุบันมูลค่าการค้าไทย-มองโกเลีย ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2560-2564) เฉลี่ยปีละ 55.64 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2564 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 53.94 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 147% จากปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกศักยภาพของไทย ได้แก่ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ สิ่งปรุงรสอาหาร และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากมองโกเลีย ได้แก่ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ

 

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายด่วนการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

Visitors: 4,649,041