สโมสรบอลเมืองผู้ดีมีแผนปรับโครงสร้างให้แฟนบอลถือหุ้นร่วมกับผู้บริหาร

หลังดราม่า ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก สโมสรฟุตบอล พรีเมียร์ลีก รวมถึงระดับอื่นๆ ในอังกฤษ อาจมีการปรับโครงสร้างใหม่ ให้แฟนบอลเข้ามาถือหุ้นร่วมกับผู้บริหาร ตามแบบ บุนเดสลีก้า เยอรมัน

สโมสรฟุตบอลเมืองผู้ดีอาจปรับโครงสร้างให้แฟนบอลถือหุ้นร่วมกับผู้บริหาร

ธุรกิจกีฬามันก็ต้องมีเรื่องเงินๆ ทองๆ มาข้องเกี่ยว กลางปีนี้มีศึกใหญ่รายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 จะลงสนามฟาดแข้งช่วงกลางปี 2021 ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินหลั่งไหลกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรป ส่วนแฟนบอลชาวไทยก็เตรียมตัวรับความสนุก ติดตามข่าวสาร อัพเดทโปรไฟล์ทีมชาติฟุตบอลยูโร 2020 - 2021 รอชมแมตช์การแข่งขันดีๆ ที่แต่ละเกมทำเงินจากการการขายลิขสิทธิ์ โฆษณา ค่าตั๋ว ต่างๆ พูดถึงเรื่องเงินแล้วก็หวนมามองถึงเรื่องของฟุตบอลเมืองผู้ดีกับ ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก ที่ส่งผลต่อหุ้นสโมสรอย่างชัดเจน

ล่าสุดสโมสรฟุตบอล พรีเมียร์ลีก รวมถึงระดับอื่นๆ ในอังกฤษ อาจมีการปรับโครงสร้างใหม่ ให้แฟนบอลเข้ามาถือหุ้นร่วมกับผู้บริหาร ตามแบบ บุนเดสลีก้า เยอรมัน ซึ่งมีรายงานจาก สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี บีบีซี สปอร์ต รายงานว่า รัฐบาลของอังกฤษเตรียมเสนอแผนปฏิรูปการบริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพทั่วทั้งประเทศ ในด้านการเงิน, ความเป็นเจ้าของ และการเข้ามามีส่วนร่วมของแฟนบอล หลังบิ๊ก 6 ของ พรีเมียร์ลีก ได้แก่ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, เชลซี และ สเปอร์ส ร่วมโปรเจกต์ ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก เพื่อสร้างรายการแข่งขันใหม่ขึ้นมา จนกลายเป็นดราม่าต่อเนื่อง

ทั้งนี้การที่กลุ่มบิ๊กซิกซ์เข้าไปเป็น 12 ทีมแกนนำของรายการ ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก ซึ่งจะแยกตัวไปจัดการแข่งขันกันเองแทนการเข้าร่วมแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ ยูโรป้าลีก ของทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เพราะไม่พอใจผลประโยชน์ในปัจจุบัน ทว่าเจอวิกฤติโควิด-19 รวมถึงมีกระแสต่อต้านอย่างหนักจนในที่ก็ต้องยอมถอนตัวไปนั้นเอง ทั้งนี้ฝ่ายจัดการแข่งขัน ยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก ได้ยุติจัดทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการเรียบร้อย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬา ไนเจล ฮัดเดิลสตัน เปิดเผยว่าจะมีการทบทวนในประเด็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารสโมสรฟุตบอลโดยให้แฟนบอลมีส่วนร่วมมากขึ้น แผนดังกล่าวมอบหมายให้ เทรซีย์ เคราช์ สมาชิกรัฐสภาเป็นประธานทำการตรวจสอบและรายงานข้อเสนอไปยังรัฐบาล รวมถึงสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ซึ่งจะดำเนินการเพื่อความยั่งยืนของวงการลูกหนัง, การแข่งขัน และสำคัญที่สุดคือความผูกพันระหว่างแฟนบอลและชุมชนท้องถิ่นกับสโมสร

ตามรายงานระบุว่า วงการฟุตบอลเมืองผู้ดีอาจจะพิจารณานำรูปแบบการบริหารของสโมสรฟุตบอลของเยอรมนี ที่มีชื่อว่า "กฎ 50+1" มาใช้งาน โดนกฎนี้กำหนดให้แฟนบอลเป็นเจ้าของสโมสรด้วยการถือหุ้นอย่างน้อย 51% และห้ามมีผู้บริหารคนใดถือหุ้นมากกว่า 49% เพื่อรับประกันว่าสโมสรฟุตบอลจะไม่ตกอยู่ในเงื้อมมือของนายทุนและนำพาทีมไปดำเนินธุรกิจได้แบบตามใจชอบนั้นเอง

Visitors: 2,845,439