มิตซูบิชิ พาวเวอร์ เปิดโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ ขนาดใหญ่ 2,650 MW ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วในชลบุรี

กังหันก๊าซรุ่น M701JAC เครื่องที่สี่ได้เริ่มเดินเครื่อง ณ โรงไฟฟ้าแห่งใหม่ภายใต้การร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัทกัลฟ์ และ มิตซุยแอนด์คัมปนี จำกัด

  • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ ที่ก่อสร้างเสร็จสิ้นในจังหวัดชลบุรีจะทำหน้าที่ผลิตพลังงานสะอาดให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนนโยบายของประเทศไทยในการหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี พ.ศ. 2593

  • พิธีเปิดจัดขึ้นเพื่อฉลองการก่อสร้างที่เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา ภายใต้ความท้าทายจากสถานการณ์โควิด19

กรุงเทพฯ 18 ตุลาคม 2565 - บริษัท มิตซูบิชิ พาวเวอร์ ผู้พัฒนาโครงการด้านพลังงานซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสตรี่ส์ (MHI) เริ่มการทำงานของกังหันก๊าซรุ่น M701JAC เครื่องที่สี่ ซึ่งเป็นเครื่องสุดท้ายในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่พิเศษที่จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง  บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หนึ่งในผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ที่สุดของไทยกับบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี จำกัด

เพื่อฉลองความสำเร็จก้าวสำคัญของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ พิธีเปิดโรงไฟฟ้าที่จังหวัดชลบุรีจึงได้รับการจัดขึ้น เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากกังหันก๊าซขนาด 2,650 MW หนึ่งในสองแห่งที่ใช้พลังงานความร้อนร่วม (GTCC) ในประเทศไทยซึ่งริเริ่มการก่อสร้างโดยบริษัท มิตซูบิชิ พาวเวอร์ ในปี พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าแห่งที่สองกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการที่จังหวัดระยอง

โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ระยะทางประมาณ 130 กม.ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ และดำเนินงานโดยบริษัทร่วมทุน บริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด* หน่วยผลิตไฟฟ้าที่ 1 ได้เริ่มเปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์มาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง และหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ 2 เปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์แล้วเป็นเวลา 1 ปี ส่วนหน่วยผลิตไฟฟ้าที่3เปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์แล้วเป็นเวลาหกเดือน โดยทั้งสามหน่วยผลิตไฟฟ้ามีสมรรถนะการทำงานในระดับสูง โดยระหว่างเดือนกันยายน 2565 กังหันก๊าซรุ่น M701JAC ของหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ 1 มีจำนวนชั่วโมงการทำงานจริงครบ 8,000 ชั่วโมง (AOH) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในด้านเสถียรภาพ

อุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมนี้ประกอบไปด้วยชุดขับเคลื่อนจำนวนสี่ชุด แต่ละชุดแบ่งออกเป็นระบบย่อยอีกสี่ระบบได้แก่ กังหันก๊าซรุ่น M701JAC กังหันไอน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไอน้ำแบบหมุนเวียนความร้อน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แม้ว่าจะเกิดอุปสรรคขึ้นระหว่างสถานการณ์โควิด 19 เช่น ด้านการขนส่งอุปกรณ์และการเดินทางของหัวหน้าวิศวกรในพื้นที่ แต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ชลบุรีก็คืบหน้าไปด้วยดีตามแผน เนื่องจากความทุ่มเทและความสามารถของทีมงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการใช้วิธีการติดตั้งการควบคุมระยะไกลและการใช้วิธีการก่อสร้างทางเลือกต่าง ๆ

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวชื่นชมความสามารถด้านการก่อสร้างและด้านวิศวกรรมของบริษัท มิตซูบิชิ พาวเวอร์ อย่างยิ่งโดยระบุว่า "เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี และ มิตซูบิชิ พาวเวอร์ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและความเชื่อถือต่อกันและกัน โดยความสำเร็จในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมนี้ ถือเป็นสิ่งยืนยันที่ดีว่ามิตซูบิชิ พาวเวอร์ ดำเนินโครงการโดยอาศัยทีมงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเรารู้สึกซาบซึ้งกับความทุ่มเทของ มิตซูบิชิ พาวเวอร์ และความพร้อมในการปรับตัวที่จะทำให้หน่วยผลิตไฟฟ้าทั้ง 4 ชุดสามารถเริ่มการทำงานได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 ที่เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งก็ตาม"

นายทาคาชิ โทซาวะรองหัวหน้าฝ่าย Energy Transition & Power Headquarters ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสของ GTCC Business Division ของ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ เองก็รู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ โดยกล่าวว่า "เราขอขอบคุณความร่วมมือของทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เราสามารถเปิดดำเนินการหน่วยผลิตไฟฟ้าทั้ง 4 ชุดในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จลุล่วงตามข้อตกลงและส่งมอบได้ตามกำหนดเวลาเดิม เราภูมิใจที่จะบอกว่านี่เป็นโครงการเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินระบบได้ตามกำหนดเวลาแม้ว่าจะเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 ก็ตาม ผมมั่นใจว่าความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของเรากว่า 10 ปีกับลูกค้าในประเทศไทยจะนำไปสู่ความสำเร็จของโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในจังหวัดระยองด้วยเช่นกัน"

นอกเหนือจากสักขีพยานในงานอย่าง นายทาคาชิ โทซาวะแล้ว นางสาวณัชชารีย์ พงษ์รัตน์ธนาเดช รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ นายจุนตะ ซาซาจิ กรรมการผู้จัดการของ

บริษัท มิตรพาวเวอร์ แคปปิตอล (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัทในเครือของมิตซุยยังให้เกียรติร่วมเฉลิมฉลองการก่อสร้างโรงงานเสร็จสมบูรณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

มิตซูบิชิ พาวเวอร์กำลังมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในจังหวัดระยองให้เสร็จสิ้นตามกำหนด ไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมการใช้กังหันก๊าซ JAC รุ่นใหม่ต่อไป เพื่อช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานที่จำเป็นต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ของโลกพร้อมๆ กับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตกระแสไฟฟ้า

หมายเหตุ

* โรงไฟฟ้าในจังหวัดระยองดำเนินงานโดยบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด

นายทาคาชิ โทซาวะ(รองหัวหน้าฝ่าย Energy Transition & Power Headquarters ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสของ GTCC Business Division/MHI) (ที่ 2 จากซ้าย), นายจุนตะ ซาซาจิ (กรรมการผู้จัดการ/บริษัท มิตรพาวเวอร์ แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด) (ที่ 3 จากซ้าย) และนางสาวณัชชารีย์ พงษ์รัตน์ธนาเดช (รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ/กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์) (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมกับผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น ระหว่างงานพิธีฉลองการก่อสร้างโรงไฟฟ้า พลังงานความร้อนร่วมเสร็จสมบูรณ์ที่จังหวัดชลบุรี

Visitors: 4,890,909