ปัง! สนั่นซาอุฯ จุรินทร์-เอกชนไทย เปิดดีล 12,200 ล้าน เซ็นค้าขายยาวต่อเนื่อง พร้อมนำการค้าพลิกฟื้นความสัมพันธ์ ชวนชาวซาอุมาลงทุนไทย

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 เวลา 8.30 น. นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐและเอกชน แถลงข่าวภายหลังการพบหารือกับประธานสภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย คือ มร.อัจลาน อะลาจลัน และเปิดงาน Saudi-Thai Business Forum ที่สภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย(Federation of Saudi Chamber) วานนี้(29 ส.ค. 65 เวลาท้องถิ่น 16.00 น.)

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นกิจกรรมใหญ่ที่นำคณะเอกชนมา 138 ราย เพื่อเจรจาการค้าที่ซาอุดีอาระเบีย ต้องถือว่าครั้งนี้ประสบความสำเร็จมาก เพราะ 1.สามารถทำ MOU ร่วมกันระหว่างสภาเอกชนของประเทศไทยกับสภาเอกชนของซาอุดีอาระเบีย โดยมีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-ซาอุดีอาระเบียขึ้นมา และวันนี้ได้มีการเซ็น MOU แล้ว หลังจากนี้สภาธุรกิจไทย-ซาอุดีอาระเบีย จะขับเคลื่อนการเจรจาทางการค้าคาดการณ์ว่าสามารถทำการค้าร่วมกัน ซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ภายในหนึ่งปี นับตั้งแต่วันนี้ที่มีการลงนามจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-ซาอุฯขึ้น

2. การทำสัญญาซื้อขายเซ็น MOU ซื้อ-ขาย ภายในระยะเวลาที่กำหนด สามารถลงนาม MOU ได้แล้ว 10 คู่ ที่เจดดาห์และที่ริยาด มีมูลค่าทั้งหมดรวมกัน 1,000 ล้านบาท

 3.กิจกรรมเจรจาซื้อขายทางธุรกิจ เจรจาซื้อขายจริง ทำสัญญาในเวลาที่กำหนดและตกลงราคากันที่นี่ สามารถทำยอดขายได้ทั้งที่ริยาดและที่เจดดาห์ รวมกันแล้วประมาณ 1,200 ล้านบาท การเดินทางเที่ยวนี้ที่ตนจะมาขายของ ขายได้ทันทีชัดเจน 2,200 ล้านบาท MOU  1,000 ล้านบาทและจับคู่ซื้อขายทำสัญญาเลย 1,200 ล้านบาทและยังคาดการณ์ยอดอนาคตอีก 10,000 ล้านบาทภายในหนึ่งปี รวมเป็น 12,200 ล้านบาท นี่คือผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเดินทางนำคณะเอกชนมาที่ซาอุดิอาระเบียเที่ยวนี้

“ โดยเฉพาะสินค้าอาหารเป็นหลัก เครื่องปรุงรส ผักสด เครื่องแกง อาหารกระป๋อง อาหารทะเล ทูน่ากระป๋อง ซาดีนกระป๋อง ผลไม้กระป๋องและผลไม้สด รวมทั้งสินค้าอื่นๆที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตร อาหารเสริม วันนี้ขายได้ดีและสินค้าเหล่านี้เริ่มมีวางขายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตในซาอุดีอาระเบียแล้วไม่ว่าจะเป็นห้าง LuLu hypermarket หรือห้าง Manuel Market ที่ตนไปเมื่อวาน มีสินค้าเหล่านี้วางขายและอาหารไทย ผลไม้ไทยสินค้าอาหารกระป๋อง ถือว่าเป็นอาหารยอดนิยมของซาอุดีอาระเบียของคนที่นี่ มีอนาคตและคิดว่าในอนาคตซาอุดีอาระเบียจะเป็นประตูในการกระจายสินค้าไทยไปกลุ่มประเทศตะวันออกกลางรวมทั้งกลุ่ม GCC กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ 6 ประเทศด้วย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวต่อว่า และขณะนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียต้องการดึงนักลงทุนจากทั่วโลกและนักลงทุนจากให้ไทย เพื่อไปร่วมโครงการใหญ่ที่ท่านมกุฎราชกุมารของซาอุดรอาระเบียทรงเปิดตัวออกมา คือ โครงการ Saudi Vision 2030 ดึงนักลงทุนจากทั่วโลก และเราเองก็สนใจดึงนักลงทุนจากซาอุดีอาระเบียลงทุนที่ประเทศไทยของเราเช่นกันเพราะมีหลายภาคส่วนที่เราต้องการนักลงทุนจากซาอุดีอาระเบีย คือเราสามารถจับมือได้ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวรวมทั้งภาคการผลิตอื่นๆด้วย

นอกจากนั้น นายจุรินทร์ กล่าวบนเวที Saudi-Thai Business Forum ด้วยว่า ปัจจุบันโลกกําลังเผชิญกับปัญหาความท้าทายที่สําคัญยิ่ง คือความมั่นคงด้านพลังงานและด้านอาหาร จึงเป็นช่วงเวลาสําคัญที่สุดที่ทั้ง 2 ประเทศจะเร่งกระชับความเชื่อมโยง เพื่อเสริมศักยภาพของกันและกัน ในการเปลี่ยนความท้าทาย ให้เป็นความเข้มแข็งร่วมกัน โดยซาอุดีอาระเบีย จะแหล่งความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทย และประเทศไทยจะเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารให้ซาอุดีอาระเบีย

นอกจากนี้นายจุรินทร์ได้เชิญชวนนักลงทุนชาวซาอุดีอาระเบียมาลงทุนในประเทศไทยโดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTA ที่ประเทศไทยทํากับ 18 ประเทศ 14 ฉบับ อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ฮ่องกง เปรู ชิลี RCEP และจะทําเพิ่ม เช่น EFTA และ UK และไทยยังมีศักยภาพเป็นประตูการค้าสู่อาเซียน และซาอุดีอาระเบียเป็นประตูการค้าสู่ตะวันออกกลาง ทั้งหมดคือโอกาสของชาติ

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายด่วนการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

Visitors: 4,666,329