แชร์

ธ.ก.ส. ผนึกกำลังกรมป่าไม้ นำร่องฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม เพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการ BAAC Carbon Credit ณ ดอยเสมอดาว จ.น่าน

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.ค. 2025
267 ผู้เข้าชม

ธ.ก.ส. จับมือ กรมป่าไม้ นำร่องภารกิจฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมบนพื้นที่ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน กว่า 400 ไร่ พร้อมสร้างฐานการซื้อ - ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit ตั้งเป้าต่อยอดแผนฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมและรักษาพื้นที่ป่าชุมชนทั่วประเทศอีกรวมกว่า 4,500 ไร่ เน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดปัญหาโลกร้อน และสร้างระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่เป็นธรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศสู่เป้าหมายความ เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065

นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. และ กรมป่าไม้ ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ BAAC Carbon Credit ป่าชุมชนและป่าเสื่อมโทรม เพื่อร่วมกันบำรุงรักษาและอนุรักษ์ป่าชุมชนและฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม ภายใต้กรอบระยะเวลา 15 ปี โดยในวันนี้ (3 กรกฎาคม 2568) ธ.ก.ส. และกรมป่าไม้ ได้จัดกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ณ พื้นที่ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน ที่เป็นพื้นที่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และดูแลรักษาป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ BAAC Carbon Credit โดย ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรและชุมชนธนาคารต้นไม้ในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการสามารถปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว และวางฐานในการนำต้นไม้ที่ปลูกมาขึ้นทะเบียนกับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) และต่อยอดไปสู่การขายคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชนอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. และ กรมป่าไม้ ตั้งเป้าหมายในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม จำนวน 423 ไร่ และรักษาพื้นที่ป่าชุมชนอีกกว่า 4,000 ไร่ ควบคู่กับการดึงศักยภาพของชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูก ดูแล และอนุรักษ์ป่าโดยสนับสนุนองค์ความรู้ และการติดตามประเมินผลโครงการ ตั้งแต่เริ่มต้นปลูกต้นไม้ การขึ้นทะเบียน T-VER การวัดผลประเมินคาร์บอนเครดิต จนถึงการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit อย่างต่อเนื่อง โดยธ.ก.ส. ยังคงเดินหน้าขึ้นทะเบียน T-VER ให้กับชุมชนธนาคารต้นไม้ที่ ธ.ก.ส. สนับสนุน ทั้ง 6,800 ชุมชน ทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถกักเก็บปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิตสะสม 46,951 ตันคาร์บอน สร้างพื้นที่ สีเขียวกว่า 20,000 ไร่ หรือคิดเป็นจำนวนต้นไม้กว่า 4.95 ล้านต้น ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรและชุมชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดปัญหาโลกร้อน และสร้างโอกาสในการรับประโยชน์จากป่า ทั้งในเรื่องอาหาร พืชพันธุ์ และสมุนไพร รวมถึงการเปลี่ยนอากาศบริสุทธิ์ให้กลายเป็นรายได้สู่ชุมชน อีกทั้งยังช่วยตอบโจทย์เป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ในปี ค.ศ. 2065


บทความที่เกี่ยวข้อง
SMEs ไทยเผชิญศึกสินค้าจีนทะลัก 3 หมื่นล้าน! นักกลยุทธ์ชี้ภาษีนำเข้า 10% รับมือไม่ไหว แนะใช้ 'Andromeda AI' พลิกเกมรอดปี 2026
สมรภูมิการตลาดออนไลน์กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อกฎการเล่นเดิมที่เคยใช้ได้ผล กำลังกลายเป็น "กำแพง"
21 ม.ค. 2026
สมาคมประกันชีวิตไทยคว้ารางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยมต่อเนื่องสมัยที่ 9
สมาคมประกันชีวิตไทยรับรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม ประจำปี 2025 เป็นสมัยที่ 9 จากนายวุฒิไกร ลีวีระพันธ์ุ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ภายในงานสัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2025 The Board of Trade of Thailand Annual Seminar 2025 Unlocking New Growth
9 ก.ย. 2025
ทรูมันนี่ เปิดตัว THAI BAHT TrueMoney (THBT)  หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดมูลค่าคงที่อิงมูลค่าเงินบาทบน Public Blockchain  นำร่องทดสอบใช้ในเป็น Enhanced Regulatory Sandbox และ Digital Asset Regulatory Sandbox
ทรูมันนี่ (TrueMoney) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศเปิดตัว Thai Baht TrueMoney (THBT) หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มูลค่าคงที่เท่ากับเงินบาทในอัตรา 1:1 บน Public Blockchain
18 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy