แชร์

จับตาผลการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ หลัง 2 ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่อรองภาษีตอบโต้เหลือ 19-20% % ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อาจชะลอลงจากปีก่อน

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ค. 2025
309 ผู้เข้าชม

แม้มีมาตรการรองรับผลกระทบสงครามการค้าจาก BOI แต่ยังต้องติดตามการเจรจากการค้าไทยกับสหรัฐฯ เลขาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยว่าจากการประกาศใช้นโยบายเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯล่าสุด ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล ประกอบกับการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทาง BOI จึงออกมาตรการ ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับโลกยุคใหม่ โดยมีเป้าหมาย คือ (i) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้าง Supply Chain ในประเทศให้แข็งแกร่ง และ (ii) ลดความเสี่ยงจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ และจัดระเบียบการลงทุนเพื่อรักษาสมดุลในการแข่งขันทางธุรกิจให้เหมาะสม ประกอบด้วย 5 มาตรการ (ดังตาราง) 

ข้อมูลจาก BOI ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งในแง่จำนวนโครงการ (822 โครงการ หรือ +20% YoY) และมูลค่าการลงทุน (4.31 แสนล้านบาท หรือ +97% YoY) นำโดยการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีของสหรัฐฯนับเป็นแรงกดดันที่มีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุนโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก และพึ่งพาการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯเป็นหลัก ทั้งนี้ยังต้องติดตามการเจรจาการค้าไทยกับสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการว่าจะสามารถลดอัตราภาษีตอบโต้ให้ต่ำกว่า 36% ได้หรือไม่ ขณะที่ประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียสามารถเจรจาลดอัตราภาษีลงเหลือ 20% และ 19% ตามลำดับ หากไทยเผชิญอัตราภาษีที่สูงกว่าอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะต่อไป

จำนวนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวอย่างช้าๆ วิจัยกรุงศรีคาดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดเพียง 34 ล้านคน  ล่าสุดข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง วันที่ 13 กรกฏาคม มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยรวม 17.75 ล้านคน ลดลง 5.6% YoY สร้างรายได้ 8.22 แสนล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลีใต้

จากข้อมูลรายสัปดาห์ล่าสุดแม้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับกว่า 10,000 คนต่อวัน จากราว 7,000-8,000 คนต่อวัน ในช่วงก่อนหน้า แต่ยังนับว่าต่ำเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่เคยมากถึง 30,000 คนต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวยังอ่อนแอและยังไม่กลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งนอกจากผลกระทบจากความกังวลด้านความปลอดภัยแล้ว ยังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่ง เช่น ญี่ปุ่น และเวียดนาม ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ วิจัยกรุงศรี ตัดสินใจปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไทยในปี 2568 ลงเหลือ 34 ล้านคน จากเดิมคาดที่ 36.5 ล้านคน และลดลงจากปีก่อนที่ 35.5 ล้านคน โดยประเมินว่าการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนอาจยังไม่สามารถเร่งตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ตลาดท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ แม้บางประเทศจะมีแนวโน้มดีขึ้น อาทิ อินเดีย และยุโรป แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยช่องว่างของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเป็นตลาดหลักของไทย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่ของประเทศไทย ร่วมกับบริษัทพลังงานชั้นนำของไทย บี.กริม เพาเวอร์ พิจารณาขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศเกาหลีใต้
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 บริษัท Nakwol Blue Heart Co., Ltd. ผู้พัฒนาโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตนักวอล (Nakwol-myeon) ยองกวาง (Yeonggwang County) จังหวัดช็อลลานัมโด (Jeollanam-do) ประเทศเกาหลีใต้
24 ก.ย. 2025
วีซ่า ชวนแฟนเกมชาวไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลุกประสบการณ์เกมมิ่งสุดยิ่งใหญ่ที่งาน HoYo FEST 2025
วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก รันวงการเกมประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักครั้งแรกของงาน HoYo FEST 2025 มหกรรมเกมสุดยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานนี้
16 ก.ค. 2025
ไทยพาณิชย์จับเทรนด์ตลาด Hyper-Personalization  เปิดตัว ประกันทรัพย์พอร์ตทุกวัย* ตอบโจทย์ 88 ความต้องการที่แตกต่างอย่างลึกซึ้งของคน 88 วัย
ธนาคารไทยพาณิชย์ มองตลาดประกันชีวิตเข้าสู่ยุครู้ใจลูกค้าเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) เปิดตัวประกันฮีโร่ตัวใหม่ ประกันทรัพย์พอร์ตทุกวัย* ประกันสะสมทรัพย์ที่รวบรวมจาก 88 อินไซต์ทางการเงินของคนไทยในทุกช่วงอายุ
8 ก.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy