แชร์

เราซื้อของ หรือของซื้อเรา 3 คำถามเอาชนะใจตัวเองก่อนเสียเงิน

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2025
238 ผู้เข้าชม

ในยุคที่การใช้จ่ายเพียงปลายนิ้วสามารถเปลี่ยนยอดเงินในบัญชีให้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ ซื้อก่อน คิดทีหลัง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและการตลาดในยุคดิจิทัล แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับการออมแต่การซื้อสินค้าโดยไม่ไตร่ตรองอย่างละเอียดก็ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

จากการสำรวจของ Deloitte พบว่า กลุ่ม Millennials ไปจนถึง Gen Z มีแนวโน้มใช้จ่ายแบบอิงอารมณ์สูงขึ้น ในขณะที่รายงานจาก McKinsey & Company ระบุว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีความเปราะบางต่อแรงกระตุ้นจากการจัดโปรโมชันลดราคา การรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในโซเชียล ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว เคทีซีจึงได้รวบรวม 3 คำถามที่ควรหยิบมาใช้ก่อนกดซื้อทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจใช้จ่ายได้อย่างมีสติ

1. เราจะใช้สิ่งนี้ภายใน 7 วันหรือไม่

ผู้ประกอบการนิยมใช้เทคนิคเพื่อเพิ่มยอดขาย อาทิ การจัดโปรโมชันลดราคาแบบจำกัดเวลา การวางสินค้าใกล้จุดชำระเงิน หรือการวางสินค้าที่มักจะซื้อคู่กันไว้ใกล้ ๆ กันเพื่อกระตุ้นให้ซื้อทั้งสองอย่าง ทำให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อโดยแรงกระตุ้น (impulse buying) การตั้งตัวกรองเวลาก่อนซื้อจะช่วยแยกความอยากได้ออกจากความจำเป็นอย่างชัดเจน หากสินค้าที่ซื้อไม่ได้ถูกใช้งานภายใน 7 วัน หรือไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าการซื้อนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอและอาจทำให้เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง

2. พรุ่งนี้เรายังอยากได้อยู่ไหม

ความอยากได้สินค้ามักเกิดขึ้นชั่วคราวและมักจะหายไปอย่างรวดเร็ว การเว้นระยะเวลาก่อนกลับมาตัดสินใจซื้อจะช่วยปรับอารมณ์และทำให้เห็นความจำเป็นของการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น แม้แบรนด์จะใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อเร่งการตัดสินใจ อาทิ ลดราคาวันนี้เท่านั้น หรือเหลือเพียง 3 ชิ้นสุดท้าย แต่บ่อยครั้งสินค้าเหล่านั้นอาจจะไม่ได้หมดเร็วอย่างที่โฆษณาไว้ การชะลอจังหวะซื้อจึงไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในระยะยาว



3. สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกดีได้นานแค่ไหน

ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่สะท้อนตัวตนและอัตลักษณ์บนโลกออนไลน์ จึงเกิดปรากฏการณ์การซื้อสินค้าเพื่อความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากกว่าการใช้งานจริง การถามตัวเองถึงระยะเวลาของความสุขหรือความพึงพอใจที่ได้รับจากการซื้อ จะช่วยให้ตัดสินใจใช้จ่ายบนพื้นฐานของคุณค่าที่แท้จริง มากกว่าตอบสนองกระแสชั่วคราวหรือความต้องการแบบฉาบฉวย

บนโลกที่เต็มไปด้วยแรงจูงใจทางการตลาดและความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีทักษะคิดก่อนใช้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น หรือคนรุ่นใหม่ที่ต้องให้ความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการพร้อมกับการมีรากฐานทางการเงินที่มั่นคง เคทีซี พร้อมเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนทุกการใช้จ่ายอย่างมีสติและคุ้มค่าในยุคที่เงินทุกบาททุกสตางค์สามารถแปรเปลี่ยนได้ทั้งความสุข ความมั่นคง และคุณค่าของชีวิต การตั้งคำถามกับตัวเองก่อนตัดสินใจจะช่วยให้ทุกการใช้จ่ายมีความหมายมากกว่าที่เคย


บทความที่เกี่ยวข้อง
มาสด้าร่วมกับกลุ่มอารีมิตรเปิดโชว์รูมแห่งใหม่จังหวัดร้อยเอ็ด  พร้อมส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าอย่างเหนือระดับ
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ตอกย้ำการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายและผลักดันกลยุทธ์การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ประกาศความร่วมมือกับ กลุ่มอารีมิตร เพิ่มเงินลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท
17 พ.ย. 2025
อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ -0.79%  คาดเงินเฟ้อไทยยังอ่อนแรง ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ต่ำท่ามกลางกำลังซื้อที่แผ่วลง  และการไหลบ่าของสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ส.ค. 68 อยู่ที่ -0.79% ติดลบสูงขึ้นจากเดือนก่อน ซึ่งอยู่ที่ -0.70% จากการลดลงของระดับราคาสินค้าในหมวดอาหารสด โดยเฉพาะกลุ่มผักและผลไม้สด รวมถึงราคาพลังงานที่ต่ำกว่าปีก่อน ตามทิศทางราคา
8 ก.ย. 2025
กรุงไทยขนโปรร่วม Money Expo เชียงใหม่ 7-9 พ.ย.นี้ หนุนอิสระทางการเงิน ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยกทัพบริการทางการเงินครอบคลุมสินเชื่อ เงินฝาก และการลงทุน
4 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy