แชร์

กลุ่มงานสื่อสารองค์กร สำนักงาน คปภ. ขอนำส่งข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่อง คปภ. ร่วมเวทีเสวนา Multi-Regulatory Approach เสนอ 5 มาตรการหลัก ขับเคลื่อนภาคประกันภัยสู่การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 31 ก.ค. 2025
326 ผู้เข้าชม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เข้าร่วมเสวนา หัวข้อ Multi-Regulatory Approach : Enabling Thailand's Climate Transition ร่วมกับ คุณจุฬวดี วรศักดิ์โยธิน ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน (ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) คุณชนานันท์ สุภาดุลย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน (ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย) คุณนวพร วิริยนุพงศ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายการออมและการลงทุน (ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง) และคุณสุรพล บุพโกสุม ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน (ผู้แทนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

ในงานเสวนาครั้งนี้ ดร. อายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ ได้นำเสนอมุมมองและแนวทางของภาคประกันภัยสำหรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มุ่งเน้นมาตรการสำคัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านมุมมองสำคัญใน 5 เรื่อง ดังนี้

1. การเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัย ผ่านแนวทางการพัฒนาการประเมินความทนทานของธุรกิจประกันภัยภายใต้สถานการณ์จำลอง (Stress Test) ที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change ที่สำคัญของสำนักงาน คปภ. คือ การทดสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เป็นภัยธรรมชาติหลักของประเทศไทย และส่งผลให้เกิดค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจประกันวินาศภัยอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการนำข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลประกันภัย (Insurance Bureau System) มาใช้เพื่อการวิเคราะห์ในการกำหนดมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยในกรณีสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลการประกันภัยทรัพย์สินรายตำบล เพื่อจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ประสบอุทกภัยตามผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยใช้ข้อมูลสำคัญ คือ จำนวนกรมธรรม์ของการรับประกันภัยน้ำท่วม มูลค่าทุนเอาประกันภัยน้ำท่วม และสัดส่วนการทำประกันภัย ตามจำนวนกรมธรรม์/จำนวนหลังคาเรือนในพื้นที่

2. การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (ESG in Climate Risk Management) โดยการพัฒนาแนวปฏิบัติ เรื่อง การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate Risk Management Guideline) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกรอบบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย ให้ครอบคลุมไปยังการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ สามารถรับมือและมีความยืดหยุ่น (Resilience) ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในอนาคต (Transition Risks) โดยกำหนดหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมภายใต้ร่างแนวปฏิบัติฯ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่  

1) การกำกับดูแลและการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงาน (Governance & Strategy) โดยคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงควรนำความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศมาบูรณาการเข้ากับการกำหนดกลยุทธ์

2) การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) โดยบริษัทประกันภัยควรมีการบูรณาการความเสี่ยงด้าน Climate change เข้าสู่กรอบการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (ERM) ของบริษัท ที่ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงทางกายภาพและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน พร้อมกับประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสินทรัพย์ หนี้สิน และกิจกรรมทางธุรกิจที่สำคัญ ผ่านการประเมินความมั่นคงทางการเงิน (ORSA) รวมถึงกำหนดให้ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในกระบวนการระบุ ประเมิน ควบคุม ติดตาม และรายงานความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบเสมอ เพื่อให้สามารถระบุและประเมินผลกระทบจากความเสี่ยงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3) การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) โดยบริษัทประกันภัยควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยและผู้มีส่วนได้เสียในตลาดได้รับทราบ และสามารถนำไปพิจารณาในการตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือลงทุนในบริษัท

3. การเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทประกันภัย (ESG Disclosure) โดยจัดทำและเผยแพร่กรอบแนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทประกันภัย ซึ่งในการพัฒนากรอบแนวทางดังกล่าว มีสาระสำคัญประกอบด้วย แนวทางการเปิดเผยข้อมูลในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) แนวทางการเปิดเผยข้อมูลในมิติด้านสังคม (Social) และแนวทางการเปิดเผยข้อมูลในมิติด้านธรรมาภิบาล (Governance)

4. การลงทุนสีเขียว (Green Investment) สำนักงาน คปภ. เปิดโอกาสให้บริษัทประกันภัยสามารถดำเนินการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด หรืออาจจะเป็นการลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน หรือให้ความสำคัญหรือสนับสนุนการดำเนินการในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) โดยมีประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/บริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่รองรับการลงทุนสีเขียวของบริษัทประกันภัย

5. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย โดยสำนักงาน คปภ. สนับสนุนให้มีการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัย ที่ช่วยบริหารความเสี่ยงจากภาคเศรษฐกิจ สังคม และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ และบริษัทประกันภัย

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ช่วยในเรื่องการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ผลผลิตทางการเกษตร ความเท่าเทียมในภาคสังคมในการเข้าถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงของชีวิตและทรัพย์สิน เช่น

1) การพัฒนาประกันภัย 7 บาท ประกันภัย 10 บาท (Micro Insurance) ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการประกันอุบัติเหตุของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อย

2) การประกันภัยพืชผล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติกับเกษตรกรไทย เช่น การประกันภัยข้าวนาปี เพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติให้แก่เกษตรกร

3) การประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งปัจจุบันก็มีบริษัทประกันภัยหลายแห่งในตลาดประกันภัยให้ความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า

นอกเหนือจากการผลักดันมาตรการกำกับดูแลต่าง ๆ แล้ว สำนักงาน คปภ. ยังมีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการสนับสนุนแนวคิด Sustainability ในภาคประกันภัย ผ่านการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การให้รางวัลแก่บริษัทประกันภัย ที่ดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้บริษัทประกันภัยมีการผสานแนวคิดเรื่อง ESG ในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การนำประกันภัยมาใช้ในการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องสำคัญ ตลอดจนการนำกลไก E-policy มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ จะเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันภัยสามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธ.ก.ส. จัดโปรแรงล่องใต้ ร่วมงาน Thailand Smart Money สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 11
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมผู้บริหาร ธ.ก.ส. ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Thailand Smart Money
22 ส.ค. 2025
orbix INVEST ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเจ้าแรกในไทย ที่ได้มาตรฐาน ISO
ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด (orbix INVEST) เป็นผู้แทนรับมอบประกาศณียบัตร
9 ต.ค. 2025
สายอาร์ต สายแฟชั่น และสายครีเอทีฟ ต้องไม่พลาด!  ART ATMOS ร่วมกับ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน
อีเวนต์ศิลปะรูปแบบพิเศษ (Special Edition / Spin-off) ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ Chidlom Art Week ชวนคนรักศิลปะ แฟชั่น และงานสร้างสรรค์ มาร่วมอัปเดตเทรนด์ศิลปะต้อนรับซัมเมอร์ ในบรรยากาศที่แตกต่างไม่เหมือนใคร
17 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy