แชร์

CKPower เผยกำไรสุทธิครึ่งปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง รับรู้กำไรจากบริษัทร่วม หนุนภาพรวมแข็งแกร่ง คาด Q3 รับอานิสงส์ฤดูกาล

อัพเดทล่าสุด: 8 ส.ค. 2025
136 ผู้เข้าชม

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทร่วมในไตรมาสที่ 2/2568 และครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม - มิถุนายน 2568) ว่าCKPower มีผลการดำเนินงานทำกำไรโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีนี้ โดยบริษัทฯ รับรู้กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 2 และงวด6 เดือนปี 2568 จำนวน 353.0 และ 416.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 204.3 และ 509.2 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 137.4 และ ร้อยละ 548.1 ตามลำดับ

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และงวด 6 เดือนปี 2568 เพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและต้นทุนทางการเงินของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงร้อยละ 3.4 และ 0.3 ตามลำดับ แม้ปริมาณการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช่วงต้นปีและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาทส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าของ NN2 และ XPCL ที่บางส่วนเป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐนอกจากนี้การรับรู้ส่วนแบ่งจากบริษัทร่วม บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด(LPCL) ส่วนใหญ่เกิดจากผลบวกของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงมูลค่าหนี้สินสกุลดอลลาร์

นายธนวัฒน์กล่าวว่า CKPower คาดว่าผลการดำเนินในครึ่งปีหลังของปี 2568 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในไตรมาส 3 ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ NN2 เริ่มเพิ่มมากขึ้นตามฤดูกาล โดยครึ่งปีแรกมีน้ำไหลเข้าสะสม 1,315 ล้านลูกบาศก์เมตร สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 45.2 ส่งผลให้ NN2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าเดือนมกราคม-สิงหาคมมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 14.7 ขณะเดียวกัน คาดว่าปริมาณน้ำไหลเข้า NN2 และ XPCL  จะยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ XPCL ได้เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อีกทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปี 2567 และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ยังช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยและหนุนผลการดำเนินงาน CKPower

"สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง (LPCL) มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ร้อยละ 53 ซึ่งเป็นไปตามแผน ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ สำหรับผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ในระยะแรกจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 7.0 MW ณ ปัจจุบันเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 1 โครงการเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ขณะที่อีก 2 โครงการปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างดำเนินการด้านใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568" นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม

ด้านฐานะการเงินของ CKPower ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 นั้น บริษัทฯ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากสิ้นปี 2567 มีสาเหตุมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน LPCL ผนวกกับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 2568 ของ XPCL และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท มูลค่า 5,000 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านอัตราส่วนสภาพคล่อง ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.60 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.56 เท่า บ่งชี้ถึงฐานะการเงินที่มั่นคงและความสามารถในการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา CKPower เผชิญกับความท้าทายหลากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางธรรมชาติ ความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและของโลกที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและราคาก๊าซธรรมชาติ แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผนวกกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้และมีทรัพยากรบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้ CKPower ปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก้าวเดินต่อจากนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้ง พลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้การอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่ภายในปี 2593นายธนวัฒน์ กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
CEO BAM ขึ้นเวทีใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ฯ  Thailand Focus 2025 ร่วมเสนอมุมมองหนี้ครัวเรือนแก้ได้
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ได้รับเกียรติขึ้นร่วมเสวนาในหัวข้อ Household Debt and Financial Vulnerability ภายในงาน Thailand Focus 2025
29 ส.ค. 2025
ผู้บริโภคไทยคิดอย่างไรกับโซลาร์รูฟท็อป? เจาะอินไซต์สำคัญที่ภาครัฐและผู้ประกอบการต้องรู้
การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ยังต่ำกว่าศักยภาพมาก สะท้อนว่าผู้บริโภคยังเผชิญอุปสรรคในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป
29 ส.ค. 2025
โลแลน บุกตลาด Gen Z เปิดตัวทรีตเมนต์สูตรใหม่ ดูแลผมสวยสุขภาพดีใน 5 วินาที
โลแลน (Lolane) เดินหน้าบุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดตัว โลแลน เนทูร่า แฮร์ ไวตามิน บูสเตอร์ ทรีตเมนต์ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสวยทันใจ
29 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy