แชร์

SCB FM มอง กนง. มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยต่อได้ ขณะที่เงินบาทอาจแข็งค่าเพราะตลาดได้คาดการณ์การลดดอกเบี้ยไว้แล้ว และดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2025
254 ผู้เข้าชม

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bps มาอยู่ที่ 1.50% ตามที่ตลาดคาด เพื่อให้ภาวะการเงินผ่อนคลายลงอีก เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ และช่วยบรรเทาภาระของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs และครัวเรือนรายได้น้อย

ในการประชุมรอบนี้ กรรมการให้น้ำหนักเรื่อง Financial stability และการเก็บ Policy space น้อยลง โดยลดความกังวลเรื่องการก่อหนี้ใหม่ และหันไปเน้นเรื่องการลดภาระหนี้ให้แก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจ มากกว่า นอกจากนี้ กรรมการให้น้ำหนักเรื่องภาวะการเงินมากขึ้น โดยพบว่าสินเชื่อหดตัวต่อเนื่องตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้น (โดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนรายได้ต่ำ) ขณะที่การชำระคืนหนี้ของธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นและความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ลดลงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ด้านคุณภาพสินเชื่อโดยรวมปรับด้อยลง ดังนั้น การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการปรับตัวและลดภาระของภาคธุรกิจและครัวเรือนลงได้ หลังผลการประชุม เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับสูงขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปี ทรงตัว สะท้อนว่าผลการประชุมออกมาสอดคล้องกับที่ตลาดคาด

กนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยต่ออีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับการ Price-in ในตลาด interest rate swap และมีโอกาสที่ terminal rate (จุดต่ำสุดของดอกเบี้ย) อาจอยู่ที่ 1% ได้ โดยในช่วงตอบคำถาม เลขาฯ กนง. กล่าวว่าคณะกรรมการไม่ปิดโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ประสิทธิผลของการลดดอกเบี้ยจะลดลงในเวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลง

ในระยะสั้น เงินบาทอาจจะยังเผชิญแรงกดดันด้านแข็งค่าในกรอบ 32.00-32.50 เนื่องจาก 1) ตลาดได้คาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ กนง. ไว้แล้ว ทำให้การลดดอกเบี้ยต่อจากนี้ จะไม่ช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าได้มากนัก สะท้อนจากในวันนี้ ที่พบว่าเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นหลังการลดดอกเบี้ย 2) Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยได้ต่อเนื่องและมากกว่าธนาคารกลางอื่น ๆ จึงทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ อาจแคบลง ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าเทียบสกุลเงินภูมิภาค รวมถึงเงินบาท 3) เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลเข้าเอเชียต่อได้ จากเลขเงินเฟ้อที่ยังต่ำและแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่อได้ (ทำให้มี capital gains จากการถือครองพันธบัตรรัฐบาล) นอกจากนี้ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลกเริ่มลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงของเอเชีย 4) สหรัฐฯ มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า (Tariffs) มากกว่าประเทศอื่น เพราะ Tariffs ถูกเรียกเก็บเป็นวงกว้าง จึงทำให้สหรัฐฯ ต้องจ่ายราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ Term of trade (ToT) ของสหรัฐฯ ปรับแย่ลง (ราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น มากกว่าราคาสินค้าส่งออก) ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง เพราะ ToT ที่แย่ลงทำให้รายได้ของสหรัฐฯ น้อยลง กดดันดุลบัญชีเดินสะพัดในระยะสั้นของสหรัฐฯ ให้ปรับลดลง


บทความที่เกี่ยวข้อง
สภาธุรกิจประกันภัยไทย แต่งตั้ง “ดร.สมพร สืบถวิลกุล” ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ คนใหม่
ประชุมคณะกรรมการสภาธุรกิจประกันภัยไทย ครั้งที่ 1/2568–2570 มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย
17 ก.ย. 2025
ฤดูฝนนี้...รถ EV พร้อมแค่ไหน? เช็ก 5 สิ่งที่ประกันรถยนต์ไฟฟ้าควรมี  เลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ รับมือฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ผู้ใช้ EV ควรรู้ในปี 2568
เมื่อกระแสความนิยมใช้รถไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องพิจารณาจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของรุ่นรถ แบรนด์ หรือประสิทธิภาพของแบตเตอรี่  ผู้ซื้อรถ EV ในปัจจุบัน มีเกณฑ์การพิจารณาเพื่อเลือกซื้อรถที่เปลี่ยนไป
4 ส.ค. 2025
บัตรเครดิต ttb จัดโปรมอบความคุ้มค่าที่ Central Embassy รับ Voucher รวมสูงสุด 24,000 บาท พร้อมแบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือน
ทีทีบี มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับลักชูรีให้ผู้ถือบัตรเครดิต ttb ผ่านแคมเปญ “Central Embassy Summer of Style 2026” เมื่อช้อปสินค้าแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์การค้า Central Embassy
26 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy