แชร์

GUNKUL โชว์งบครึ่งปี กำไรจากการดำเนินงานสุทธิเติบโตสูง 18.36% เป็น 924.42 ล้านบาท อัตราเน็ตมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 20% ส่วนไตรมาส 2 กำไรเติบโตอย่างสวยงามและต่อเนื่อง 14.44%

อัพเดทล่าสุด: 14 ส.ค. 2025
251 ผู้เข้าชม
  • มั่นใจครึ่งปีหลังสุดปัง ลุ้นคว้าหลายโครงการใหญ่ ดันแบ็คล็อกโตกว่า 100% เตรียมเซ็น PPA 319 MW อัปพอร์ตไฟฟ้าสีเขียว 1,579 MW
  • เติบโตครบวงจรทั้ง 3 ธุรกิจ รองรับเมกะเทรนด์ลงทุนแนว ESG

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 สวยงาม โชว์รายได้รวม 4,090.01ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิเติบโตสูง 18.36% เป็น 924.42 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้นในทุกธุรกิจ รวมถึงดอกเบี้ยรับและรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารมั่นใจครึ่งปีหลัง ผลงานโดดเด่นทั้ง 3 ธุรกิจ เตรียมเซ็นสัญญา PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ เพิ่มพอร์ตไฟฟ้าสีเขียวเป็น 1,579 เมกะวัตต์ และลุ้นข่าวดีคว้าโครงการ EPC ขนาดใหญ่หลายโครงการ อัปแบ็คล็อกเพิ่มขึ้นกว่า 100%

คุณนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกปีนี้ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการที่น่าพอใจ โดยในงบ 6 เดือนแรกบริษัทฯ มีรายได้รวม 4,090.01 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ เป็น 924.42 ล้านบาท (ไม่รวมผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิและจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์) เติบโต 18.36% จากกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ 781 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2567 โดยทั้ง 3 ธุรกิจหลักของบริษัทฯ สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยในงวดครึ่งปีแรกนี้ กำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามประเภทธุรกิจ (Gross profit & profit sharing by business) ของบริษัทฯ 72% มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงาน สีเขียว (Green Power) ซึ่งครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศและต่างประเทศ โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคเอกชน (Private PPA Solar Rooftop) ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามประเภทธุรกิจ 17% มาจาก ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) และ 11% มาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing)

สำหรับงบไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,995 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ 529.71 ล้านบาท (ไม่รวมผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิและจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์) เพิ่มขึ้น 14.44% จากกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ 462.42 ล้านบาท ในงวด
ไตรมาส 2 ปีก่อน โดยบริษัทฯ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่างน่าพอใจ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง 41.49% และมีอัตรากำไรสุทธิ 24.33% เพิ่มขึ้นจากอัตรากำไรขั้นต้น 33.77% และอัตรากำไรสุทธิ 20.12% ในงวดไตรมาส 2 ปีก่อน โดยรายได้และกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ใกล้เคียงงวดเดียวกันปีก่อน ในขณะที่รายได้จากธุรกิจ EPC และการขายอุปกรณ์ไฟฟ้า สามารถรับรู้ได้ตามเป้าหมาย แต่น้อยกว่าไตรมาส 2 ปีก่อน ซึ่งมีการส่งมอบงานสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีปริมาณงานรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) มากกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้นในไตรมาส 3-4 ประมาณ 1,800- 2,200 ล้านบาท ตามแผนการก่อสร้างและส่งมอบงานของแต่ละโครงการ และมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง 12.51% และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ต่ำเพียง 1.07 เท่า สามารถขยายการลงทุนในโครงการสีเขียวได้จำนวนมาก

สำหรับครึ่งหลังของปี 2568 GUNKUL วางเป้าหมายมุ่งสู่การเติบโตของรายได้ปีนี้ประมาณ 10-15% และรายได้รวมใน 3 ปี เติบโตมากกว่า 35,000 ล้านบาท ดำเนินตามกลยุทธ์ สมการความก้าวหน้า ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ

      ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power)  ต่อยอดความสำเร็จในครึ่งปีแรก สำหรับโครงการในประเทศ คาดว่าจะมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล โดยเฉพาะในโครงการวินด์ฟาร์ม และโซลาร์ฟาร์ม โดยบริษัทฯ จ่อเซ็นสัญญา PPA ในส่วนขยายเพิ่มอีก รวมทั้งสิ้นจำนวน 319 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีพอร์ตโฟลิโอพลังงานไฟฟ้าสีเขียวเพิ่มเป็น 1,579 เมกะวัตต์ ผนวกกับดีลโครงการพลังงานไฟฟ้าสีเขียวที่ฟิลิปปินส์ที่อยู่ขั้นตอนเจรจา ซึ่งอีกความสำเร็จหนึ่งของธุรกิจพลังงานสีเขียวของปี 2568 คือการที่บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายผนึกความร่วมมือ Direct PPA กับพาร์ตเนอร์อุตสาหกรรมชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง muRata ซึ่งถือเป็นสัญญาณในการเริ่มเดินหน้าสร้างเครือข่ายพาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพลังงานดิจิทัล รองรับแผนการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานสีเขียวเพื่อติดอาวุธให้กับภาคอุตสาหกรรมในการดึงดูดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

      ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) บริษัทฯ เตรียมประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (EPC) หลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาระบบเคเบิลใต้ทะเลขนาด 230 กิโลโวลต์ รวมไปถึงโครงการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่ามีโอกาสชนะงาน และทำให้เพิ่มมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ในอนาคตให้เติบโตกว่า 100% จากปัจจุบันมีจำนวน 4,000 ล้านบาท ซึ่งรวม โครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ มูลค่ากว่า 675 ล้านบาท เชื่อมต่อจาก บางละมุงถึงปลวกแดง ที่บริษัทฯ ได้เซ็นสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญของการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานของพื้นที่เขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ นอกเหนือไปจากนั้นในฝั่งของโซลาร์รูฟท็อปที่ได้มีการปลดล๊อกเรื่องการขออนุญาต รวมไปถึงการลดหย่อนภาษีซึ่งเอื้อต่อภาคประชาชนและธุรกิจ SME ก็คาดว่าจะเป็นผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจย่อยของบริษัทฯ ที่ให้ดำเนินการอยู่ภายใต้แบรนด์ GRoof

      ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) บริษัทฯ มีแผนต่อยอดความสำเร็จจากช่วงครึ่งปีแรก สร้างการเติบโตของรายได้ โดยการเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์เดิม และขยายฐานด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยมีเป้าในการผลักดันกลุ่มอุปกรณ์โซลูชั่นอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่สู่ตลาดหลังจากได้รับแต่งตั้งจาก SUNGROW ผู้นำรายใหญ่ระดับโลกในกลุ่มธุรกิจด้านอุปกรณ์โซลาร์อินเวอร์เตอร์ ให้ GUNKUL เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Tier 1 Distributor) ในประเทศไทย สอดรับกับเทรนด์ตลาดพลังงานสะอาด ณ ปัจจุบัน

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าตามกรอบกลยุทธ์ 3 ปีที่ตั้งไว้อย่างเป็นระบบ และสร้างความพร้อมในด้านการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ด้วยความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดที่มีอยู่จำนวน 1,579 เมกะวัตต์ และนอกจากนี้กำลังพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มอีกประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ตามโรดแมปที่จะมีกำลังการผลิตสะสมมากกว่า 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2570 รวมไปถึงอีก 2 กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจในศักยภาพของ GUNKUL ในการบุกเข้าธุรกิจ S-Curve ใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมพลังงานเท่านั้น แต่มองถึงจุดแข็งของบริษัทฯ ที่สามารถเข้าไปขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรม New S-Curve ด้าน Green Infrastructure ได้อย่างเป็นรูปธรรม บนเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืน ESG ซึ่งทั้งหมดนี้บริษัทฯได้เตรียมงบลงทุนประมาณ 35,000 ล้านบาท ในกรอบ 3 - 5 ปี


บทความที่เกี่ยวข้อง
แรบบิท ประกันชีวิต ร่วมงานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 8  ชูแนวคิด Rabbitopia เมืองการเงินในฝันของคนรุ่นใหม่
บริษัทประกันชีวิตในเครือ บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 8 MONEY EXPO 2025 BANGKOK YEAR-END ภายใต้แนวคิด
26 พ.ย. 2025
BAM มอบทุนการศึกษาปีที่ 18  มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา  พื้นที่การศึกษาภาคตะวันออก
นายประสิทธิ์ เงินถาวรกุล  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ภาคตะวันออก  นางปฏิญญา เจนศิริศักดิ์  ผู้จัดการสำนักงานชลบุรี  นางสาวพิมพ์ชนา ศรีสุขพัฒนาชัย ผู้จัดการสำนักงานระยอง  นางสุมาลี พงษ์พานิช ผู้จัดการสำนักงานฉะเชิงเทรา นางสาวชฎาภรณ์ วงศ์ชีวะ ผู้จัดการกลุ่มประชาสัมพันธ์
24 ก.ย. 2025
กลุ่มบริษัทเอไอเอ ประกาศผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2568  มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14  กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 12  มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และ  เงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น
กลุ่มบริษัทเอไอเอ (บริษัท) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยอัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่
21 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy