แชร์

TK ครึ่งปี 2568 รายได้รวม 489.2 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 469.8% เตรียมพร้อมปรับกลยุทธ์ทุกรูปแบบกำเงินสดและเงินฝาก 2,883.8 ล้านบาท พร้อมขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

อัพเดทล่าสุด: 15 ส.ค. 2025
151 ผู้เข้าชม

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 รายได้รวม 489.2 ล้านบาท ลดลง 29.6% กำไรสุทธิ 90.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 469.8% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 38.5 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา 26.7% ยอดขายรถจักรยานยนต์ครึ่งปีแรก 917,685 คัน เพิ่มขึ้น 1.5% เผยตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา TK ยังคงปล่อยสินเชื่อด้วยความระมัดระวัง จากสถานการณ์โดยรวมของประเทศ ส่งผลพอร์ตลูกหนี้รวมครึ่งปีแรกรวม 1,676.6 ล้านบาท ย้ำ TK ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และพร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดรับ ขณะที่พยายามเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว แย้มธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในกัมพูชายังคงดำเนินงานได้ตามปกติ แม้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาจะยังไม่ได้ข้อสรุปในการแก้ไข

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติงบการเงินสำหรับรอบบัญชีสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568 พร้อมรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยครึ่งแรกของปี 2568 TK มีรายได้รวม 489.2 ล้านบาท ลดลง 29.6% จาก 694.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 90.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 469.8% จากขาดทุน 24.6 ล้านบาท เมื่อครึ่งปีแรกในปีที่ผ่านมา มีลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 1,676.6 ล้านบาท

ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีแรก มีจำนวน 917,685 คัน เพิ่มขึ้น 1.5% จาก 904,143 คัน ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 เป็นผลมาจากเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อของ สคบ. ที่ได้ออกประกาศเรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ทำให้อัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อลดลง และส่งผลกระทบโดยตรงกับรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจทั้งอุตสาหกรรม ประกอบกับ TK มีนโยบายลดความเสี่ยงโดยการชะลอการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย จนกว่า ธปท. จะประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปลายปี 2568 นี้

อย่างไรก็ตาม ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก ปี 2568 กำไรสุทธิ 90.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 469.8% จากขาดทุน 24.6  ล้านบาท ภาพรวมการดำเนินงานจากรายได้รวม 489.2 ล้านบาท ลดลง 29.6% จาก 694.8 ล้านบาท บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 397.0 ล้านบาท ลดลง 44.6% จาก 716.4 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการบริหารรวม 305.1 ล้านบาท ลดลง 23.5% จาก 398.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทฯ มีการควบรวมสาขา ทำให้มีค่าใช้จ่ายคงที่บางส่วนลดลง และการบริหารจัดการก็ยังมีการควบคุมต้นทุนในแต่ละหน่วยงาน พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 7.1 ล้านบาท ลดลง 61.0% จาก 18.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการกู้เงินในต่างประเทศลดลง บริษัทฯ มีสถานะเงินสดและเงินฝากอยู่ที่ 2,883.8 ล้านบาท D/E ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 0.05 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2567 ที่ 0.08 เท่า

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่าปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตของบริษัทฯ และธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในอนาคต คือ การเข้ามากำกับดูแลภาครัฐ ทั้งจาก สคบ. และ ธปท. ที่จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการด้าน Market Conduct หรือ การดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมและ Responsible Lending หรือ การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ ปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ทั้งภาวะเศรษฐกิจโดยรวม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งความพร้อมและเงินทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะความพร้อมในการขยายงานและเงินทุนที่เพียงพอในการปล่อยสินเชื่อ ทั้งนี้ TK มีความพร้อมและมีเงินทุนรอพร้อมขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ทันที เมื่อมีโอกาสและสถานการณ์ในการลงทุนเอื้ออำนวย

เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์เสมอมา ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนทางเครดิต ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงกระบวนการภายในให้คล่องตัวมากขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ ได้ขยายพอร์ตทางการเงินเพิ่มด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และผลตอบแทนที่สูงขึ้น เช่น สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการให้บริการทางการเงินที่เข้มแข็ง เมื่อการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จากภาครัฐมีความชัดเจนในด้านหลักเกณฑ์ที่เอื้อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับผลตอบแทนที่สอดคล้องกับความเสี่ยง บริษัทฯ ก็พร้อมการขยายการลงทุนในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ได้ทันที นายประพลกล่าว

ด้านการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในต่างประเทศ ปัจจุบัน TK ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใน สปป. ลาว และกัมพูชา สำหรับสถานการณ์จากปัญหาข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ยังไม่ได้ข้อสรุปในการแก้ไขนั้น ไม่มีผลกระทบกับการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้ง 12 สาขา ยังคงให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

อนึ่ง ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 TK มีสำรองลูกหนี้จำนวน 120.1 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน ที่ 6.3% และมี Coverage Ratio ที่ 105.4% ซึ่งเปรียบเทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ที่มีสำรองลูกหนี้ จำนวน 174.6 ล้านบาท ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือน ที่ 7.0% และมี Coverage Ratio ที่ 115.1% ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,667.8 ล้านบาท ลดลง 3.6% จาก 5,877.9 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม 288.1 ล้านบาท ลดลง 36.0% จาก 449.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ สิ้นปี 2567 ทั้งนี้ D/E ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 0.05 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2567 ที่ 0.08 เท่า


บทความที่เกี่ยวข้อง
ออมสิน ทึ่ง! จำนวนผู้ส่งผลงานออกแบบกระปุกด้วย AI กว่า 700 ชิ้น  เตรียมตัดสินรอบไฟนอล ในงาน GSB SAVINGS FORUM 2025 วันออมแห่งชาติ 31 ต.ค. นี้
ธนาคารออมสิน ได้รับผลตอบรับเกินความคาดหมาย มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมประกวดออกแบบ "กระปุกออมสินแห่งโลกยุคดิจิทัล"
17 ต.ค. 2025
บ้านปูรุกธุรกิจ CCUS ผลักดันการลดคาร์บอนเต็มสูบ ปูทางอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มั่นใจต่อการลงทุนธุรกิจ CCUS* ในสหรัฐอเมริกาซึ่งถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยการดำเนินงานที่ครอบคลุมธุรกิจก๊าซธรรมชาติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ บ้านปูมุ่งตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
25 มิ.ย. 2025
เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบถุงยังชีพ ส่งต่อกำลังใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้  ผ่านศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง
เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคกลางและภาคใต้
27 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy