แชร์

PRM โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 เดินหน้าธุรกิจเชิงรุก เสริมศักยภาพสู่การเติบโตยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 20 ส.ค. 2025
257 ผู้เข้าชม

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM และกลุ่มบริษัทย่อย แจ้งผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 รวมถึงภาพรวมผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจหลัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง 

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 2,216.9 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 482.8 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ 4,285.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,252.1 ล้านบาท 

กำไรสุทธิในไตรมาส 2/68 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 เนื่องจากในไตรมาส 1/68 มีรายการพิเศษจากการปรับปรุงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเช่าเรือย้อนหลัง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 150 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายการปรับปรุงดังกล่าวเป็นการปรับปรุงเพียงครั้งเดียว ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการขายเรือเก่า 163.6 ล้านบาท หากไม่รวม 2 รายการดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568 สูงขึ้นจากไตรมาส 1/2568 ถึงร้อยละ 30

กำไรสุทธิรอบ 6 เดือน ปี 2568 ปรับลดลงเล็กน้อยจากปี 2567 เนื่องจากมีการนำเรือ VLCC และเรือ AWB ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่และมีรายได้สูงเข้าอู่แห้งตามรอบรอบระยะเวลาการซ่อมบำรุง และการนำเรือ Aframax มาดัดแปลงเป็นเรือ FSO ตั้งแต่ไตรมาส 3/67 เพื่อกลับมาให้บริการลูกค้าภายใต้สัญญาระยะยาว ตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างรายได้ที่มั่นคงแน่นอนในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันเรือทั้งหมดได้กลับมาให้บริการตามปกติแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ การแข็งค่าของค่าบาทในไตรมาสที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งผลกระทบต่อตัวเลขงบการเงิน เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ รับรู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่คาดว่าผลกระทบของการแข็งค่าของเงินบาทในไตรมาสที่ 3/2568 จะลดลง เนื่องจากนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารแห่งประเทศไทยจะช่วยให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น

สุดท้ายนี้ นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) ทิ้งทายว่า บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้หลัก ESG อย่างจริงจัง โดยได้เดินหน้าเชิงรุกลงทุนขยายกองเรือ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยลงทุนเรือให้บริการในธุรกิจ OSV เพิ่มอีก 4 ลำตั้งแต่ครึ่งแรกของปี ซึ่งจะช่วยให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 เติบโตได้ตามเป้าหมาย พร้อมกับจัดทำ โครงการแนะนำอาชีพคนเรือ ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในอาชีพคนเรือแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพในสายงานเดินเรืออย่างยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
กรุงไทย ปลื้ม กองทุน KTWC-INCOME-A ยอดจองทะลุ 1,300 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้ลงทุน
นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแบบตรงตามเป้าหมายทางการเงิน จากการจับมือกับ Fidelity International และ บลจ.กรุงไทย (KTAM)
10 ก.ค. 2025
ธุรกิจน้ำมันของไทยอยู่ในภาวะทรงตัวจากปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศที่เติบโตได้เล็กน้อย แต่มีแรงกดดันจากส่วนต่างกำไร (Margin) ที่ลดลง
ในปี 2568 ตลาดน้ำมันดิบ (Crude oil) เผชิญกับแรงกดดันของการคืนกำลังการผลิตของ OPEC+ และการเพิ่มการผลิตของผู้ผลิตนอกกลุ่ม ทำให้เกิดภาวะ Implied stock build ต่อเนื่องและกดดันสมดุลตลาด โดยตลาดมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปี 2569-2572
19 ธ.ค. 2025
บลจ.อีสท์สปริง ได้รับการแต่งตั้งในการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย  ซึ่งจดทะเบียนแล้ว
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง ได้รับการแต่งตั้งจาก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ให้ร่วมเป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
3 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy