แชร์

ทีทีบี ติดอาวุธทางการเงินให้พนักงาน จัดกิจกรรม fintalk ชวนกูรูดัง NamFinance เล่าเคล็ดลับการเลือกประกันที่ใช่ พร้อมรับมือทุกความเสี่ยง

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.ย. 2025
211 ผู้เข้าชม

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สร้างวัฒนธรรมสนับสนุนให้พนักงานพัฒนาศักยภาพรอบด้าน ทั้งอาชีพ ชีวิตส่วนตัว และสุขภาพทางการเงิน ผ่านการให้ความรู้ ควบคู่การบริหารจัดการทางการเงิน จัดกิจกรรม fintalk กันเสี่ยงไว้ ไม่เจ็บซ้ำ ชวนที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล และเจ้าของเพจการเงินชื่อดัง NamFinance คุณน้ำ-ธนธร กาญจนิศากร และเจ้าของสถาบัน MoneyStudio.co คุณแก๊ปเปอร์-ทัตพล เมธีวิริยาภรณ์ มาร่วมเปิดมุมมองการเลือกประกันที่ใช่ พร้อมเสริมความคุ้มครองให้ครบและครอบคลุม รวมถึงวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลกระทบ โดยใช้แผนที่ความเสี่ยงชีวิต (My Risk Map) เพื่อให้พนักงานรู้ทันความเสี่ยง และมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

คุณน้ำ-ธนธร กาญจนิศากร เจ้าของเพจการเงินชื่อดัง NamFinance กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องทำในการวางแผนทางการเงิน คือ ทำให้กระแสเงินสดเป็นบวก และซื้อประกันเพื่อโอนย้ายความเสี่ยงก่อนคิดลงทุน ซึ่งการเลือกซื้อประกันควรดูความเสี่ยงของตัวเองเป็นหลัก โดยวิเคราะห์ความเสี่ยงชีวิตก่อน เพื่อเลือกประกันให้เหมาะสม และไม่จำเป็นต้องซื้อประกันแค่เล่มเดียว เพื่อปิดความเสี่ยงให้ครบควรมีประกันเสริมที่ตอบโจทย์กับเป้าหมาย

เข้าใจความเสี่ยง ใช้ My Risk Map ช่วยส่อง จุดบอด

แผนที่ความเสี่ยงชีวิต (My Risk Map) จะเป็นตัวช่วยส่องจุดบอด ปิดความเสี่ยงให้ครบ โดยวิธีใช้เป็นดังนี้

·       ดูแต่ละด้านความเสี่ยงทั้ง 4 มิติ ได้แก่ ชีวิต ค่ารักษาพยาบาล โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ

·       ประเมินโอกาสเกิด ต่ำ/ปานกลาง/สูง

·       ระบุผลกระทบถ้าเกิดขึ้น (เช่น ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ใครได้รับผลกระทบบ้าง)

·       เช็คว่าเรามีอะไรปิดความเสี่ยงแล้วหรือยัง

·       ถ้ายังไม่มี-เติมให้ครบ โดยเลือกประกันหลัก และประกันเสริมให้เหมาะกับเป้าหมาย

โอนย้ายความเสี่ยง เลือกประกันแบบไหนให้เหมาะสม 

ประกัน เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่โอนย้ายความเสี่ยงไม่ให้ตัวเราและคนรอบข้างรับภาระหนักเกินไป พร้อมทั้งช่วยให้รับมือกับเหตุไม่คาดคิดได้อย่างมั่นคง ซึ่งประกันมี 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ประกันหลัก ที่ให้ความคุ้มครองพื้นฐานเหมือนเป็น หลังคาบ้าน เช่น ประกันตลอดชีพ คุ้มครองถึง 99 ปี เบี้ยถูกกว่าแบบอื่น
2. ประกันสะสมทรัพย์ เน้นออมเงินและได้รับเงินคืน ได้แก่ ประกันบำนาญ รับเบี้ยประกันสูง ความคุ้มครองต่ำ การันตีกระแสเงินสด ลดหย่อนภาษีได้ และยูนิตลิงค์ ที่ผสมประกันกับการลงทุน มีความยืดหยุ่นสูง ส่วนประกันเสริม จะใช้เสริมความคุ้มครองตามความจำเป็น อาทิ ค่ารักษาพยาบาล โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ หรือการชดเชยรายได้

การเลือกซื้อประกันเปรียบเสมือนการสร้างบ้าน ที่ต้องมีประกันหลักเป็นหลังคาก่อนจะเพิ่มประกันเสริม ซึ่งต้องรู้จักตัวเองและวิเคราะห์ความเสี่ยงของตัวเอง โดยพิจารณาปัจจัยหลัก ๆ เช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต อาชีพ ภาระหน้าที่ในครอบครัว ขนาดของผลกระทบ สถานะทางการเงิน และเป้าหมายในชีวิต เป็นต้น สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีสวัสดิการขององค์กร ควรมีประกันติดตัวที่จ่ายเงินซื้อเอง เพื่อเสริมความคุ้มครองบางส่วนที่ยังขาดหายไป

เสริมประกันให้ครบ ปิดจบความเสี่ยงแบบฉลาด

ดังนั้น ต้องสำรวจว่าประกันสังคมและสวัสดิการขององค์กรมีอะไรบ้าง และขาดส่วนไหน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทประกันที่ซื้อ และดูภาพรวมประกันแบบคร่าว ๆ จากแอปฯ OIC ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยคนที่มีรายได้น้อย จุดเริ่มต้นที่ดีคือ ประกันตลอดชีพและอาจใส่การรักษาสุขภาพไว้ในเล่มด้วย ส่วนประกันโรคร้ายแรงหรือสุขภาพแนะนำให้ซื้อคู่กับประกันบำนาญ เพื่อจะได้นำกระแสเงินสดที่ได้รับตอนเกษียณมาจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ ทุกคนควรมีประกันสุขภาพของตัวเอง

นอกจากนี้ ต้องหมั่นตรวจสอบกรมธรรม์ว่าค่าใช้จ่ายที่คุ้มครองของเราเพียงพอหรือไม่ เพราะสถานการณ์เงินเฟ้อทำให้การแพทย์ รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ราคาพุ่งแรงกว่าสินค้าและบริการอื่น ๆ อยู่ที่ 8 - 10% ต่อปี ในขณะที่พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป จากในอดีตที่ไม่ชอบไปโรงพยาบาล แต่ปัจจุบันแม้ว่าไม่ได้ป่วยหนักก็ไปหาหมอเคลมประกัน บวกกับความเสี่ยงที่บริษัทประกันแบกรับมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ต้องใช้ระบบ Co-payment คือ การร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้ทำประกันและบริษัทประกัน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ซึ่งระบบนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มีคนที่เข้าเงื่อนไขไม่ถึง 1% และมีสวิตซ์ปิด-เปิดได้ ไม่ได้ติดตัวตลอดไป คุณน้ำ-ธนธร กล่าวสรุป

ติดตามเคล็ดลับการเงินอื่น ๆ จาก fintips by ttb เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ คลิก https://www.ttbbank.com/link/fintips-pr


บทความที่เกี่ยวข้อง
ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย  แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท  ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท  เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบ ฟูลไฮบริด e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark
17 ก.พ. 2026
CIMB ชี้ 3 เทรนด์ประกันชีวิตมาแรงปีหน้า เน้นคุ้มครอง-ส่งต่อประกันมรดก-ช้อปประกันออนไลน์ เพิ่มโอกาสสร้างความมั่งคั่ง
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เผยแนวโน้มตลาดประกันชีวิตปีหน้า พบ 3 เทรนด์หลักมาแรง ประกันเน้นความคุ้มครอง ประกันมรดกและซื้อประกันออนไลน์ สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับความมั่นคง
27 ต.ค. 2025
กรุงเทพประกันภัยเพิ่มความอุ่นใจ เร่งออกมาตรการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ครอบคลุมทั้งลูกค้า พนักงาน และประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ
จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
10 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy