แชร์

ธนาคารไทยเครดิต ได้รับการจัดอันดับเครดิต A(tha)/F1(tha) จาก Fitch Ratings แนวโน้มมีเสถียรภาพ ตอกย้ำธุรกิจแกร่ง

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2025
240 ผู้เข้าชม

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Ratings) ที่ระดับ A(tha) และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ระดับ F1(tha) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต มีเสถียรภาพ จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำศักยภาพการบริหารธุรกิจที่แข็งแกร่ง ดำเนินกิจการบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง สะท้อนผลการดำเนินการที่ปรับตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การจัดอันดับครั้งนี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) สะท้อนถึงรูปแบบธุรกิจเฉพาะทางของธนาคารไทยเครดิต ในการมุ่งเน้นให้สินเชื่อในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) รวมถึงมีอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในระดับที่ค่อนข้างดี อีกทั้งมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกว่าอุตสาหกรรมธนาคาร และมีกำไรที่แข็งแกร่งจากประโยชน์ของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่สูง โดยฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในระยะสั้น

โดยผลประกอบการภาพรวม ของธนาคารไทยเครดิตเติบโตแบบ Double Digit จากการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อและคุณภาพสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในครึ่งปีแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,828.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และผลกำไรสุทธิไตรมาส อยู่ที่ 925.2 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 12.8 แสดงถึงศักยภาพในการสร้างผลดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A(tha)/F1(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางการเงินของธนาคารไทยเครดิต รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เรามุ่งเน้นสร้างสมดุลระหว่างการขยายพอร์ตสินเชื่อและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ระดับที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

นอกจากมิติทางการเงินมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งแล้ว ธนาคารไทยเครดิตยังคงเดินหน้าสร้างความแตกต่างผ่านกลยุทธ์ Responsible Banking ที่เชื่อมโยงการเติบโตทางธุรกิจกับการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้จุดแข็งในการเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างวินัยทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ เพื่อวางรากฐานการเติบโตระยะยาวที่สมดุลในด้านการลงทุนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ตลอดจนการสร้างคุณค่าทางสังคมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกมิติ ตามปรัชญาธนาคาร Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ


บทความที่เกี่ยวข้อง
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ พร้อมดำเนินงานตามมาตรการ EV 3.0  ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม การผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
24 ต.ค. 2025
CDP องค์กรระดับโลกด้านข้อมูลการจัดการสิ่งแวดล้อม ประเมิน กสิกรไทย อยู่ในระดับสูงสุดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นธนาคารแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ A List 4 ปีซ้อน
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารกสิกรไทยได้รับผลประเมินจาก CDP ซึ่งเป็นองค์กรด้านการประเมินการเปิดเผยข้อมูลการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ให้อยู่ในระดับสูงสุด A List
24 ธ.ค. 2025
NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 MW  ตอบสนองความต้องการและความมั่นคงด้านพลังงานแก่ภาคอุตสาหกรรม
บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์
1 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy