แชร์

ทีเอ็มบีธนชาต ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.066 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่ 60% โดยยังคงเดินหน้าตามแผนบริหารส่วนทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนรวมให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.ย. 2025
292 ผู้เข้าชม

23 กันยายน 2568 -- เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนของปี 2568 ในอัตรา 0.066 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล) ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 และกำหนดการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นี้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ และการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ส่งผลให้ทีทีบีมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีความพร้อมในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ พันธกิจสำคัญของทีทีบีในปี 2568 ยังคงเน้นย้ำ ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ ครอบคลุมลูกหนี้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้กลุ่มเปราะบางหรือลูกหนี้ที่มีประวัติดี ด้านพันธกิจสำหรับผู้ถือหุ้น ยังคงเดินหน้าตามแผน การบริหารส่วนทุน หรือ Capital management เพื่อสร้างมูลค่าและเพิ่มผลตอบแทนโดยรวม (Total Return) ให้กับผู้ถือหุ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ภายใต้แผนการบริหารส่วนทุนดังกล่าว ทีทีบีประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.066 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 60% จากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2568 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 6.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงแม้ภาคธุรกิจและภาคธนาคารจะได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวก็ตาม

นอกจากนี้ การที่ธนาคารสามารถปรับเพิ่ม Dividend Payout Ratio ขึ้นจาก 30% - 35% มาอยู่ที่ 60% ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจหลังการรวมกิจการ ด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผล หรือ Dividend Yield ก็เพิ่มขึ้นจาก 2% - 3% ในอดีตมาอยู่ที่ 6% - 7% ในปัจจุบันส่งผลให้ทีทีบีเป็นหนึ่งในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินจากปันผลสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของหุ้นกลุ่มธนาคาร

และอีก 2 โครงการที่ดำเนินการได้ตามแผน Capital management ได้แก่ โครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (2568 - 2570) วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุน ROE ในระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนในตลาดทุนที่มีต่อราคาหุ้นและมูลค่าของผู้ถือหุ้นได้อีกด้วย และในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารเสร็จสิ้นการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นไปตามแผนการสร้างการเติบโตจากภายนอก (Inorganic growth) เพื่อเพิ่มศักยภาพและมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว  

สำหรับช่วงที่เหลือของปี ทีทีบีจะยังคงเน้นย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยเราจะยังคงมุ่งมั่นต่อการดำเนินการตามแผน Capital management และตั้งเป้าหมายในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงต่อไป รวมทั้งเน้นย้ำการบริหารจัดการโครงการซื้อหุ้นคืนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อหุ้นคืนจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ฟอลคอนประกันภัย” Grand Opening อีก 2 สาขา “นครปฐม–กาญจนบุรี” พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายประกันวินาศภัยสู่ภาคกลาง-ตะวันตก
บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวอีก 2 สาขา นครปฐมกาญจนบุรี เดินหน้าขยายเครือข่ายสู่ภาคกลาง-ตะวันตก
29 ก.ย. 2025
โมโตจีพีกระหึ่มไทย!  “อเล็กซ์” กดเวลาเร็วสุด เฉือน “มาร์ค” รั้งจ่าฝูงวันแรก
ทัพนักบิดระดับพระกาฬของโลกในศึก โมโตจีพี ลงโชว์ลีลาต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยที่เดินทางเข้าสนามอย่างคึกคักในการทดสอบ
22 ก.พ. 2026
ธ.ก.ส. เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ 2025 และเปิดตัวภาพยนตร์ธี่หยด 3
นายเสกสรรค์ จันทร์ขวาง และนายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมงาน Bangkok International Film Festival 2025 หรือเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ
30 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy