แชร์

ส่งออกเดือน ส.ค. 2568 ขยายตัว 5.8%YoY คาดส่งออกแผ่วลง หลัง Front-loading อ่อนแรงชัดเจน ขณะที่สหรัฐฯ เริ่ม Reallocate แหล่งนำเข้าไปยังตลาดที่ภาษีต่ำกว่าชาติเอเชีย

อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2025
264 ผู้เข้าชม

Key Highlights :

มูลค่าส่งออกเดือน ส.ค. เติบโต 5.8%YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 11.0%YoYโดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ที่กลับมาหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนขณะที่การส่งออกไปตลาดหลักส่วนใหญ่ยังขยายตัว ด้านการนำเข้าเร่งตัวจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 15.8%YoY ทำให้ดุลการค้ากลับมาขาดดุล -1,964.4 ล้านดอลลาร์ฯ

Krungthai COMPASS มองโมเมนตัมของการเร่งส่งออกเแผ่วลงชัดเจนขึ้น สะท้อนจากการส่งออกเดือน ส.ค. ที่หดตัว 2.9%MoM ติดลบต่อเนื่อง 3 เดือนสอดคล้องกับบรรดาชาติเอเชียที่ต่างพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งจะเผชิญกับการส่งออกไปยังตลาดดังกล่าวที่ลดลง ขณะที่สหรัฐฯ มีแนวโน้ม reallocate แหล่งนำเข้าสู่ประเทศที่ภาษีต่ำ นอกจากนี้ ผู้ส่งออกยังประสบปัญหาการแย่งตลาดทดแทนสหรัฐฯ รวมถึงอุปสงค์ในตลาดโลกที่แผ่วลงตามทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

มูลค่าส่งออกเดือน ส.ค. 2568 ขยายตัว 5.8%YoY

มูลค่าส่งออกเดือน ส.ค. อยู่ที่ 27,743.2 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโต 5.8%YoY ชะลอตัวจาก 11.0%YoY เมื่อเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้ากลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่กลับมาหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สำหรับการส่งออกทองคำในเดือนนี้กลับมาขยายตัว 144.0%YoY หลังหดตัวในเดือนก่อน ทำให้เมื่อหักทองคำแล้วมูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัวได้ 3.3%YoYโดยมีแรงขับเคลื่อนที่สำคัญจาก

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 11.2%YoY ชะลอลงจาก 14.0%YoY ในเดือนก่อน โดยสินค้าสำคัญที่เติบโต ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+44.1%) แผงวงจรไฟฟ้า (+37.0%) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+15.3%) และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+10.2%) เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (-36.9%) และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ (-24.4%) และผลิตภัณฑ์ยาง  (-3.1%) เป็นต้น

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 10.7%YoY กลับมาหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าเกษตรหดตัว 13.6%YoY กลับมาหดตัวอีกครั้งในรอบ 4 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 7.2%YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ข้าว (-30.1%) ยางพารา (-27.9%) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (-10.3%) และผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (-16.9%) ซึ่งกลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัวสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ (+26.1%) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (+16.6%)  กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง (+7.0%)และ ไก่แปรรูป (+1.3%) เป็นต้น

การส่งออกรายตลาดสำคัญ ส่วนใหญ่ยังขยายตัวจากการส่งออกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ

สหรัฐฯ: ขยายตัว 12.8%YoY เติบโตติดต่อกัน เป็นเดือนที่ 23 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ และเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ และไดโอด และผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น

จีน: ขยายตัว 5.9%YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น ด้านสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก เป็นต้น

ญี่ปุ่น: หดตัว 5.3%YoY กลับมาติดลบในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น

EU27: หดตัว 1.6%YoY กลับมาหดตัวในรอบ 15 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา และผลิตภัณฑ์ยางเป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่นเคมีภัณฑ์ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

ASEAN-5: ขยายตัว 1.7%YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ  อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก เป็นต้น

มูลค่าการนำเข้าเดือน ส.ค. อยู่ที่  29,707.6 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโต 15.8%YoY เร่งตัวจาก 5.1%YoY เมื่อเดือนก่อน การนำเข้าสินค้าทุกหมวดต่างขยายตัว ทั้งสินค้าทุน (+29.5%YoY) สินค้าอุปโภคบริโภค (+16.9%YoY) สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป(+12.7%YoY) สินค้ายานพาหนะฯ (+5.3%YoY) และสินค้าเชื้อเพลิงหดตัว (+5.6%YoY) ทั้งนี้ ดุลการค้าเดือน ส.ค. ขาดดุล -1,964.4 ล้านดอลลาร์ฯ

Implication:

Krungthai COMPASS มองว่าแรงส่งจากFront-loading ต่อการส่งออกไทยแผ่วลงชัดเจนขึ้น สะท้อนจากการส่งออกเดือน ส.ค. 68 ที่หดตัว 2.9%MoM โดยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเป็นไปในทิศทางเดียวกับการส่งออกของหลายประเทศที่แรงหนุนของปัจจัยชั่วคราวจากการเร่งซื้อไว้อ่อนแอลง หลังสิ้นสุดระยะผ่อนผันการขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มชาติเอเชียที่ตัวเลขการส่งออกไปสหรัฐฯ เดือน ส.ค. หดตัว อาทิ ไทย (-9.8%MoM) ที่หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ส่วนเวียดนาม   (-2.0%MoM) หดตัวครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ในเชิงสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เดือน ส.ค. หลายสินค้าสำคัญต่างหดตัว อาทิ คอมพิวเตอร์ (-3.6%MoM) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน ผลิตภัณฑ์ยาง (-12.8%MoM) หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และยานยนต์(-2.8%MoM) ที่กลับมาหดตัวในเดือนนี้ บ่งชี้ถึงผลเชิงลบของนโยบายภาษีสหรัฐฯ ที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นสอดคล้องมุมมองล่าสุดจาก UNDP1ที่คาดว่าการส่งออกทั่วโลกจะถูกผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สำหรับกลุ่มประเทศในเอเชียที่ต่างพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ จะเผชิญการส่งออกไปตลาดดังกล่าวที่ลดลง อาทิ เวียดนาม   (-19.2%)ไทย(-12.7%) และญี่ปุ่น (-10.9%)

Krungthai COMPASS มองการส่งออกไทยจะโดนกดดันจากการ Reallocate แหล่งนำเข้าของสหรัฐฯ สู่ประเทศที่ภาษีต่ำกว่า ท่ามกลางความเสี่ยงหลายด้าน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอาจเกิดปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าของสหรัฐฯ สู่ชาติที่อัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ต่ำกว่าอาเซียน เช่น สหราชอาณาจักร (10%)2 ดังเช่น การนำเข้าสหรัฐฯ จากสหราชอาณาจักร เดือน ก.ค. ที่ขยายตัว 7.2%MoM เติบโตต่อเนื่อง 2 เดือน ทั้งนี้ ยังมีความเสี่ยงทั้งจาก Sectoral Tariff เพิ่มเติม เกณฑ์ Transshipment Tariff ยังไม่ชัดเจน ท่ามกลางการแย่งตลาดทดแทนสหรัฐฯ ของผู้ส่งออก รวมถึงอุปสงค์ตลาดโลก ที่แผ่วลงตามการชะลอของเศรษฐกิจโลก


บทความที่เกี่ยวข้อง
มาแล้ว! Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่  รถ 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ รุ่นฮิตส่งตรงจากญี่ปุ่น  เปิดจำหน่ายด้วยราคา 1.78 ล้านบาท พร้อมทยอยส่งมอบทั่วประเทศ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่’ อย่างเป็นทางการ รถครอบครัว 7 ที่นั่งรุ่นยอดนิยม ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางจำหน่ายในราคา 1,780,000 บาท
6 ก.พ. 2026
บลจ.อีสท์สปริง เผยกลยุทธ์ลงทุนเดือน ธ.ค. 68 แนะลงทุนในสินทรัพย์สร้างโอกาสเติบโตสูง-สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยถึง แนวโน้มการลงทุนในเดือนธันวาคม 2568 ประเมินว่าตลาดหุ้นโลกยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้
22 ธ.ค. 2025
กรุงเทพประกันชีวิต จับมือ ธนาคารทิสโก้ เปิดตัว  TISCO My Wish Super Kids ประกันสะสมทรัพย์ใหม่เพื่ออนาคตบุตรหลาน
กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมกับธนาคารทิสโก้ เปิดตัว ประกันชีวิต สะสมทรัพย์ TISCO My Wish Super Kids ตอบโจทย์การวางแผนการเงินและการศึกษาของบุตรหลานอย่างรอบด้าน มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบประกัน คือ 15/9 , 18/12 และ 21/15
19 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy