แชร์

เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 จะฟื้นหรือฟุบ โค้งสุดท้ายปลายปี 68

อัพเดทล่าสุด: 30 ต.ค. 2025
224 ผู้เข้าชม

แรงฟื้นเศรษฐกิจไตรมาส 4

·        มาตรการคนละครึ่งพลัส

·        ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

แรงฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 4

·        การส่งออกสินค้าพลิกกลับมาติดลบ

·        การผลิตหดตัวตาม

ดร.อมรเทพ จาวะลา Head, Research Office ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายทางการเมืองในประเทศช่วงไตรมาส 3 แม้การเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลจะทำได้รวดเร็วและฟื้นคืนความเชื่อมั่นมาได้บ้าง แต่บาดแผลเศรษฐกิจที่ซบเซาจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง รายได้ภาคเกษตรตกต่ำจากราคาสินค้าที่ตกต่ำ ตลอดจนรายได้จากภาคการก่อสร้างที่ทรุดตัวจากยอดขายคอนโดที่ลดลงต่อเนื่อง

ก่อนที่สภาพัฒน์จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในวันที่  17 พฤศจิกายน นี้ สำนักวิจัย CIMB THAI ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 จะขยายตัว 1.2% YoY หรือ -0.48% QoQ หลังปรับฤดูกาล ซึ่งแม้จะเป็นการหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาสครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือนับจากไตรมาส 4 ปี 2565 แต่การหดตัวของเศรษฐกิจไทยครั้งนี้ น่าจะเป็นเพียงช่วงไตรมาส 3  ไม่น่าลากยาวไปสู่ไตรมาส 4 จนเกิดภาวะถดถอยทางเทคนิค หรือเศรษฐกิจหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาส สองไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 มาจากการบริโภคภาคเอกชนที่แทบไม่ขยายตัวเลยจากไตรมาสก่อน และมาจากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสุทธิที่หดตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ตัวเลขการส่งออกจะเติบโตดี แต่การนำเข้าก็เร่งแรงเช่นกัน โดยภาพรวม สำนักวิจัย ได้ปรับคาดการณ์ GDP เศรษฐกิจไทยปี 2568 และ 2569 เป็น  2.2% และ 1.7% ตามลำดับ

แรงฟื้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4

ความหวังของเศรษฐกิจไตรมาส 4 เหมือนจะอยู่ที่มาตรการภาครัฐและแรงส่งจากนโยบายการเงินเป็นหลัก

แรงที่หนึ่ง มาตรการคนละครึ่งพลัส ช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ลดภาระใช้จ่ายกระตุ้นให้คนมาซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น และรัฐบาลอาจมีมาตรการอื่นๆ มาสนับสนุนการบริโภคและการท่องเที่ยวด้วย เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี ซึ่งมาตรการทั้งหลายนี้น่าจะสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนให้พลิกกลับมาขยายตัวได้อย่างเร่งแรงขึ้น แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด การกระตุ้นอาจทำได้ไม่มาก อีกทั้งให้ระมัดระวังการชะลอตัวของการบริโภคหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากมาตรการต่างๆ ไม่ได้ก่อให้เกิดการจ้างงานหรือการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าในช่วงมาตรการต่างๆ อาจไม่จับจ่ายใช้สอยหลังสิ้นสุดมาตรการ เพราะคนมักสต็อกสินค้าไว้ ส่งผลให้การบริโภคลดลงภายหลัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

แรงที่สอง การส่งผ่านนโยบายการเงินช่วงก่อนหน้า หรือการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับสูงสุดเมื่อปลายปี 2567 ที่ 2.50% สู่ระดับปัจจุบันที่ 1.50% ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยของผู้กู้และสนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อในอนาคต นอกจากนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในรอบการประชุมธันวาคมนี้ สู่ระดับ 1.25% ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม นอกจากนี้ คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมมือกับกระทรวงการคลัง ดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือน เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยสามารถบริหารกระแสเงินหมุนเวียนและกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้ดีขึ้น แต่ต้องระมัดระวังว่ามาตรการต่างๆ นี้จะไม่ส่งเสริมให้คนหันกลับไปก่อหนี้จนเกินตัวอีก หรือเปิดช่องให้ผู้กู้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้แต่กลับใช้โอกาสนี้หาประโยชน์ในการลดหนี้

แรงฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 4 ให้ฟุบ

ความเสี่ยงเศรษฐกิจไตรมาส 4 มาจากปัจจัยต่างประเทศผ่านการส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งกระทบภาคการลงทุนของไทย

ความเสี่ยงแรก คือ การส่งออกสินค้าที่กำลังจะพลิกมาติดลบในช่วงไตรมาส 4 นี้ แม้ตัวเลขส่งออกล่าสุดเดือนกันยายนจะขยายตัวได้ดี ทั้งที่เป็นช่วงสหรัฐจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าไทยในอัตรา 19% แต่ส่วนหนึ่งมาจากคำสั่งซื้อไว้ก่อนแล้วและคาบเกี่ยวอยู่ในช่วงผลิตและขนส่ง อีกส่วนมาจากสินค้าจากไทยที่แม้ถูกจับเก็บภาษีเพิ่มในอัตรา 19% แต่ยังนับว่าถูกกว่าสินค้าที่ผลิตในสหรัฐหรือสินค้าที่สหรัฐนำเข้าจากจีน จึงยังพอให้มีความต้องการสินค้าอยู่บ้าง หรือมีการทะลักของสินค้าจีนผ่านไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐ แต่ต้องระวังการส่งออกช่วงต่อจากนี้ ที่อาจพลิกกลับมาหดตัว และอาจลากยาวไปถึงช่วงกลางปีหน้า  นั่นเพราะสหรัฐเองได้สต็อกสินค้าก่อนมาตรการภาษีไว้มากและจำเป็นต้องเร่งระบายสินค้าคงคลังก่อนนำเข้าสินค้าใหม่ นอกจากนี้ เชื่อว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนจะยังไม่ยุติ แม้มีข่าวดีในการพัฒนาด้านการเจรจาที่จีนจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ แต่ด้วยสหรัฐต้องการแยกห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตกับจีนเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต สหรัฐอาจจำเป็นต้องหามาตรการกีดกันทางการค้าหรือลดทอนอำนาจทางเศรษฐกิจของจีนลง จนทำให้บรรยากาศการค้าโลกซบเซาลงหลังจากนี้ ซึ่งไทยน่าจะเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐเพื่อลดความเสี่ยงนี้ต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตลาดให้สหรัฐส่งออกมาไทยได้เสรีมากขึ้นและเจรจาในประเด็นการสวมสิทธิสินค้าจีนเพื่อป้องกันการถูกจัดเก็บอัตราภาษีที่สูงขึ้นในกรณี Transshipment  และเมื่อบรรยากาศการค้าโลกซบเซา อาจส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะจากจีนอ่อนแอลง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีแนวโน้มฟื้นตัวช้าลงเช่นกัน ซึ่งจะกระทบรายได้ภาคบริการอีกทอดหนึ่ง

ความเสี่ยงถัดมา คือ ภาคการลงทุน เมื่อการส่งออกหดตัว การผลิตก็มีแนวโน้มหดตัวตาม แม้จะมีการเร่งอนุมัติการลงทุนของ BOI แต่ก็ไม่อาจชดเชยความเสี่ยงด้านการลงทุนเพื่อการส่งออกที่หดตัวได้ อีกทั้งให้จับตาการเร่งระบายสินค้าจากจีนเข้ามาไทย ที่จะกระทบการผลิตในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ขาดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากการลงทุนด้านเครื่องจักรแล้ว ความเสี่ยงอีกด้านคือการลงทุนด้านการก่อสร้างที่ยังมีแนวโน้มซบเซาจากคอนโดที่ล้นตลาดและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ขณะที่สถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูง อาจมีผลให้การออกโครงการใหม่เลื่อนออกไป

โดยสรุป เศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 4 เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย ความหวังอยู่ที่มาตรการภาครัฐในการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ และให้ผู้บริโภคเร่งลงทุนและจับจ่ายใช้สอย มากกว่ารอคอยให้เกิดความชัดเจนทางการเมือง อีกทั้งแรงส่งจากมาตรการทางการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติมเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและสนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งมาตรการลดภาระหนี้ของผู้มีรายได้น้อยโดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียด้านพฤติกรรมของผู้กู้และภาระทางการคลังระยะยาว ส่วนความท้าทายอยู่ที่ภาคการส่งออกสินค้าของไทยที่เสี่ยงหดตัวหลังสหรัฐเร่งนำเข้าไปมากแล้วและจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่อาจประทุขึ้นอีกจนกระทบบรรยากาศการค้าโลก ซึ่งบรรยากาศที่ซบเซาจะกระทบการลงทุนภาคเอกชนทั้งด้านเครื่องจักรและการก่อสร้างให้หดตัวได้ช่วงปลายปีนี้


บทความที่เกี่ยวข้อง
ออมสิน เร่งมอบ "ถุงห่วงใยจากใจออมสิน" ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี
ธนาคารออมสิน โดยผู้บริหารและพนักงาน เร่งลงพื้นที่ให้กำลังใจ และส่งมอบถุงยังชีพ "ถุงห่วงใยจากใจออมสิน" บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมน้ำดื่ม
23 พ.ย. 2025
SO บุกตลาดงานช่างเปิดตัว “FixManage Plus”  หนุนรายได้ Outsource เติบโตอย่างมีคุณภาพ
บมจ.สยามราชธานี หรือ SO เดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดงานช่าง ผ่านการเปิดตัว “FixManage Plus” ระบบบริหารจัดการงานช่างอัจฉริยะ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ SO PEOPLE มุ่งยกระดับบริการ Outsource
21 ม.ค. 2026
กรุงไทยยกระดับ Gold Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เปิดโอกาสนักลงทุนเข้าถึงทองคำ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวนเริ่มต้นเพียง 0.05 ออนซ์
ธนาคารกรุงไทย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การลงทุนทองคำผ่าน Gold Wallet บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ประกาศปรับขนาดขั้นต่ำการซื้อ-ขาย-ถอนทองคำบริสุทธิ์ 99.99% จาก 0.1 ออนซ์ เหลือเพียง 0.05 ออนซ์
12 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy