แชร์

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉม Honda WN7 จักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ที่งาน EICMA 2025

อัพเดทล่าสุด: 6 พ.ย. 2025
308 ผู้เข้าชม

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว Honda WN7 จักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน ภายในงาน EICMA 2025 (Milan Motorcycle Shows) ที่จัดขึ้น ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 45 พฤศจิกายน 2568 สำหรับสื่อมวลชน และวันที่ 69 พฤศจิกายน 2568 สำหรับผู้เข้าชมทั่วไป

ฟีเจอร์หลักของ Honda WN7

แนวคิดการพัฒนา
Honda WN7 เป็นจักรยานยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Naked รุ่นแรกในซีรีส์ FUN Category ที่พัฒนาด้วยทิศทางใหม่ในฐานะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า ภายใต้แนวคิด Be the Wind ถ่ายทอดความสุขของการเคลื่อนไปอย่างอิสระดั่งสายลม พร้อมความเงียบเฉพาะตัวของรถพลังงานไฟฟ้า ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสเสียงและบรรยากาศรอบตัวได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุยหรือเสียงหัวเราะของผู้คนริมทาง หรือเสียงใบไม้ที่พลิ้วไหว ซึ่งไม่อาจสัมผัสได้บนจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE : internal combustion engine) Honda WN7 ถ่ายทอดความตั้งใจของทีมพัฒนาออกมาเป็นการเร่งความเร็วที่หนักแน่นด้วยแรงบิดเต็มพลัง และการควบคุมที่คล่องตัว มอบความรู้สึกของการเคลื่อนไปอย่างอิสระดั่งสายลมได้อย่างแท้จริง

การออกแบบ
Honda WN7 ออกแบบภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการขัดเกลาฟังก์ชันการใช้งานให้สมบูรณ์แบบและสะท้อนตัวตน โดดเด่นด้วยพื้นผิวต่อเนื่องและเรียบลื่นในทุกจุดที่ผู้ขับขี่สัมผัส ผสานเข้ากับรูปทรงที่มีพลังและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อม แถบไฟหน้าแนวนอน (horizontal light bar) ซึ่งจะกลายเป็น ซิกเนเจอร์ ของจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้าทุกรุ่นในอนาคต

นอกจากนี้ WN7 ยังเปิดตัวชุดสีเฉพาะสำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้าเป็นครั้งแรก โดยใช้ตัวถังโทนสีดำตัดกับชิ้นส่วนประกอบที่ตกแต่งด้วยสีทอง ฮอนด้าจะใช้ชุดสีนี้กับจักรยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นทั่วโลก เช่นเดียวกับไฟซิกเนเจอร์

แชสซีแบบไร้เฟรม (Frameless Chassis)
จักรยานยนต์ทั่วไปใช้เฟรมเชื่อมต่อส่วนหน้าและส่วนท้ายของตัวรถเข้าด้วยกัน ในขณะที่โครงสร้างของ Honda WN7 ไม่ใช้เฟรม แต่ใช้กล่องแบตเตอรี่อะลูมิเนียมที่ติดตั้งอยู่กลางตัวรถทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลัก และเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับ ส่วนคอ (head pipe) ที่รองรับระบบบังคับเลี้ยวและ ขายึดสวิงอาร์ม (pivot bracket) ที่รับน้ำหนักด้านหลัง ช่วยให้ Honda WN7 มีน้ำหนักเบาเพราะไม่มีเฟรม รวมทั้งยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ตัวรถมีสัดส่วนที่เพรียวบางและกะทัดรัดได้

นอกจากนี้ การวางตำแหน่งแบตเตอรี่ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากไว้บริเวณจุดศูนย์กลางแชสซี ยังช่วยเสริมสมดุลให้มวลน้ำหนักอยู่ตรงกลาง เพิ่มความคล่องตัวในการควบคุม

ชุดมอเตอร์ผนวกอินเวอร์เตอร์ (Integrated Motor-Inverter Unit)

Honda WN7 มาพร้อมมอเตอร์แบบใหม่ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และผนวกอินเวอร์เตอร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยให้กำลังสูงสุด 50 กิโลวัตต์ เทียบเท่าจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาด 600 ซีซี พร้อมแรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับรถขนาด 1000 ซีซี มอบสมรรถนะอันทรงพลังทั้งยังควบคุมได้อย่างมั่นใจ สำหรับการขับขี่ในเมืองและบนทางโล่ง

กระปุกเกียร์ดีไซน์ใหม่ส่งต่อกำลังจากมอเตอร์ไปยังระบบสายพานขับเคลื่อน (belt-drive system) เพื่อถ่ายทอดกำลังสู่ล้อหลังได้อย่างราบรื่นและไม่ส่งเสียงดัง

แบตเตอรี่และมาตรฐานการชาร์จ
Honda WN7 มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบติดตั้งถาวร ขนาด 9.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับทั้งการชาร์จเร็วแบบ CCS2[1] (Combined Charging System Type 2) และการชาร์จปกติแบบ Type 2[2] ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับเต้ารับไฟบ้านได้ในหลายประเทศ และหากใช้เครื่องชาร์จเร็ว แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 20% ถึง 80% ได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที ช่วยให้เติมพลังระหว่างการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว ลดความกังวลเรื่องเวลารอชาร์จ

สำหรับการชาร์จแบบปกติ สามารถชาร์จเต็มจาก 0% ถึง 100% ได้ในเวลาไม่ถึง 2.4 ชั่วโมง[3] เมื่อเต็มแล้วจะให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 140 กิโลเมตร (มาตรฐาน WMTC mode)

ระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative Braking), ระบบเลือกความหน่วง (Deceleration Selector) และโหมด Walking Speed Mode
ระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่[4] (Regenerative Braking) คือการที่มอเตอร์ของ Honda WN7 จะทำหน้าที่ชาร์จพลังงานคืนกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (Energy Regeneration) ขณะชะลอความเร็วเมื่อปล่อยคันเร่ง ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับความหน่วงด้วยสวิตช์ Deceleration Selector ที่แฮนด์ซ้าย เพื่อควบคุมความเร็วต่ำได้อย่างราบรื่นโดยแทบไม่ต้องใช้เบรก หรือหากเลือกแรงหน่วงน้อยลง จะรู้สึกเหมือนลอยเคลื่อนไป ซึ่งเป็นประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ Honda WN7 ยังมาพร้อมโหมด Walking Speed Mode ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขยับรถไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้อย่างช้า ๆ โดยควบคุมผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ซ้ายและคันเร่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจอดรถหรือขยับรถในพื้นที่แคบ ๆ ในเมือง

[1] CCS2 (Combined Charging System Type 2) คือมาตรฐานหัวชาร์จที่ใช้ในเครื่องชาร์จเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
[2] เมื่อใช้แหล่งจ่ายไฟขนาด 200 โวลต์ และหัวชาร์จ (Charging Gun)
[3] ค่าที่แสดงเป็นค่าที่ได้จากการวัดของฮอนด้า ทั้งนี้ ระยะเวลาในการชาร์จจริง อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม (เช่น อุณหภูมิ)
[4] ในบางเวลา รถอาจไม่เลือกใช้ระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ (regenerative braking) ทั้งนี้ ขึ้นกับระดับประจุของแบตเตอรี่


บทความที่เกี่ยวข้อง
บราเดอร์ส่งเสริมเยาวชนไทยผ่านโครงการ “Young Model รักษ์ผ้าไทย”  ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตัดเย็บ เสริมทักษะสร้างอาชีพ  ต่อยอด Soft Power ไทยสู่อนาคต
บราเดอร์ สนับสนุนโครงการ “New Gen Start-Up เพื่อสังคม : Young Model รักษ์ผ้าไทย” โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้เรียนรู้การออกแบบแฟชั่นร่วมสมัยจากผ้าไทย
22 พ.ค. 2026
โคเวย์ กับ ‘แม่ชม - น้องเกล’ ชวนยกบ้านสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า กับแคมเปญ ‘โคเวย์ยกบ้าน’
เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง! เมื่อ ‘ชมพู่ อารยา’ ควงซุปตาร์ตัวน้อย ‘แอบิเกล’ กลับมาร่วมถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านแบบครอบครัวยุคใหม่ กับโคเวย์ (COWAY) แบรนด์เครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศอันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านแคมเปญใหม่
30 มี.ค. 2026
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงาน เร่งแผนขยาย EV Truck รวมสิ้นปี 44 คัน  หนุนแผนคุมต้นทุน–เสริมแกร่งซัพพลายเชนไม่สะดุด ตั้งเป้าช่วยลดการใช้น้ำมันรวม 457,000 ลิตร
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงาน เร่งขยายการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ในระบบโลจิสติกส์ เพิ่มอีก 20 คัน รวมสิ้นปีเป็น 44 คัน เสริมประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ครอบคลุมกรุงเทพฯ
16 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy