แชร์

MEDEZE ฟันกำไร 9 เดือน ปี 68 เฉียด 160 ลบ. นับหนึ่ง ATMPs Sandbox " หนุนความหวังรักษาโรค

อัพเดทล่าสุด: 12 พ.ย. 2025
328 ผู้เข้าชม

เมดีซ กรุ๊ป ทำกำไรสุทธิ 9 เดือน ปี 68 ที่ 159.95 ลบ. กวาดรายได้รวม 587.99 ลบ. เซลล์ต้นกําเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ ยังเป็นรายได้หลัก ย้ำนับหนึ่ง ATMPs Sandbox หนุนความหวังในการรักษาโรค สร้างผลประโยชน์โดยรวมกว่า 2.6 แสนล้านบาท

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 181.27 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 30.54 ล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการรวม 9 เดือนของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 587.99 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 159.95 ล้านบาท โดยรายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากเซลล์ต้นกําเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ หรือ Cord Tissue โดยมีสัดส่วนรายได้ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 43% และ 49% ตามลำดับ

โดยที่ผ่านมา บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในอาคารฝ่ายขาย และการตลาด อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ ระบบพลังงานไฟฟ้า Solar Cell และระบบ MEDEZE Plus Auto Matching Software เป็นต้น เพื่อเป็นการรองรับในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงการประชาสัมพันธ์โครงการ ATMPs Sandbox อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับการรับรองระบบ GMP และมาตรฐานธนาคารเซลล์ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ และเกิดประโยชน์กับประเทศไทย เพื่อเป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่ลูกค้ารวมถึงประชาชนทั่วไป

ในขณะที่โครงการ ATMPs Sandbox หรือโครงการวิจัยทดลองนำร่อง ATMPs หรือ Advanced Therapy Medicinal Products อาทิ สเต็มเซลล์ โดยมีการอนุมัติผลิตภัณฑ์ ATMPs 2 รายการให้สถานพยาบาล เป้าหมายได้รับการอนุมัติให้ทดลองใช้ ATMPs อย่างน้อย 5 แห่ง คนไทยเข้าถึงยา ATMPs ได้ในประเทศ ผ่านกลไกการอนุญาตวิจัยยา ในปี 2568 และจัดตั้งสถานพยาบาลทดลองภาครัฐที่พร้อมให้บริการ คือ ศูนย์การแพทย์บางรักบางรัก กรมควบคุมโรค และ รพ.วชิระภูเก็ต ซึ่งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ บริษัท โดย MEDEZE จะเข้ามาร่วมสนับสนุนห้องปฏิบัติการ สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ และทุนวิจัย ซึ่งการวิจัยทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติจาก คณะกรรมการจริยธรรม ก่อนเริ่มดำเนินการ

 โครงการวิจัยทดลองนำร่องนี้มุ่งเน้นกลุ่มโรคเริ่มต้นที่สำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม โรคไขสันหลังเสื่อม ใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขมันของผู้ป่วยเอง สร้างการฟื้นฟูเนื้อเยื่อของหมอนรองกระดูก ลดการเสื่อม และลดอาการปวดเรื้อรังโดยไม่ต้องผ่าตัด โรคผิวหนัง ความแก่ การฟื้นฟูผิว ใช้ autologous adipose-derived stem cells เพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ ใช้แนวทาง ภูมิคุ้มกันบำบัด โดยเฉพาะ NK cells เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับมะเร็งลำไส้ใหญ่

ซึ่งหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศส่งเสริมการพัฒนาการแพทย์มูลค่าสูง อาทิ สเต็มเซลล์, การบำบัดด้วยยีนและเนื้อเยื่อที่ผ่านการดัดแปลง และเป็นหนึ่งในนโยบายที่ต้องการขับเคลื่อนพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Wellness & Medical Hub ที่คาดว่าจะเกิดผลประโยชน์โดยรวมประมาณ 266,708 ล้านบาท


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารไทยเครดิต เคียงข้างผู้ประสบภัย ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ให้ความสำคัญพร้อมดูแลและยืนเคียงข้างลูกค้าในทุกวิกฤต ประกาศออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้า
28 ก.ย. 2026
CIMB THAI เปิดมุมมองลงทุนไตรมาส 2 กระจายพอร์ต ลดเสี่ยง จับตาเงินเฟ้อใกล้ชิด
นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย
20 เม.ย. 2026
ออริจิ้น โฮเทล เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568  ชูอัตราดอกเบี้ยระหว่าง [6.40 - 6.80]% ต่อปี คาดเปิดจองระหว่างวันที่ 22 - 24 ธันวาคมนี้
ออริจิ้น โฮเทล ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ อัตราดอกเบี้ย [6.40-6.80]% ต่อปี เตรียมเปิดจองวันที่ 22-24 ธันวาคม 2568
11 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy