แชร์

MEDEZE ฟันกำไร 9 เดือน ปี 68 เฉียด 160 ลบ. นับหนึ่ง ATMPs Sandbox " หนุนความหวังรักษาโรค

อัพเดทล่าสุด: 12 พ.ย. 2025
244 ผู้เข้าชม

เมดีซ กรุ๊ป ทำกำไรสุทธิ 9 เดือน ปี 68 ที่ 159.95 ลบ. กวาดรายได้รวม 587.99 ลบ. เซลล์ต้นกําเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ ยังเป็นรายได้หลัก ย้ำนับหนึ่ง ATMPs Sandbox หนุนความหวังในการรักษาโรค สร้างผลประโยชน์โดยรวมกว่า 2.6 แสนล้านบาท

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 181.27 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 30.54 ล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการรวม 9 เดือนของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 587.99 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 159.95 ล้านบาท โดยรายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากเซลล์ต้นกําเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ หรือ Cord Tissue โดยมีสัดส่วนรายได้ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 43% และ 49% ตามลำดับ

โดยที่ผ่านมา บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนในอาคารฝ่ายขาย และการตลาด อาคารคลังสินค้าแห่งใหม่ ระบบพลังงานไฟฟ้า Solar Cell และระบบ MEDEZE Plus Auto Matching Software เป็นต้น เพื่อเป็นการรองรับในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงการประชาสัมพันธ์โครงการ ATMPs Sandbox อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับการรับรองระบบ GMP และมาตรฐานธนาคารเซลล์ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทฯ และเกิดประโยชน์กับประเทศไทย เพื่อเป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่ลูกค้ารวมถึงประชาชนทั่วไป

ในขณะที่โครงการ ATMPs Sandbox หรือโครงการวิจัยทดลองนำร่อง ATMPs หรือ Advanced Therapy Medicinal Products อาทิ สเต็มเซลล์ โดยมีการอนุมัติผลิตภัณฑ์ ATMPs 2 รายการให้สถานพยาบาล เป้าหมายได้รับการอนุมัติให้ทดลองใช้ ATMPs อย่างน้อย 5 แห่ง คนไทยเข้าถึงยา ATMPs ได้ในประเทศ ผ่านกลไกการอนุญาตวิจัยยา ในปี 2568 และจัดตั้งสถานพยาบาลทดลองภาครัฐที่พร้อมให้บริการ คือ ศูนย์การแพทย์บางรักบางรัก กรมควบคุมโรค และ รพ.วชิระภูเก็ต ซึ่งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ บริษัท โดย MEDEZE จะเข้ามาร่วมสนับสนุนห้องปฏิบัติการ สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ และทุนวิจัย ซึ่งการวิจัยทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติจาก คณะกรรมการจริยธรรม ก่อนเริ่มดำเนินการ

 โครงการวิจัยทดลองนำร่องนี้มุ่งเน้นกลุ่มโรคเริ่มต้นที่สำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม โรคไขสันหลังเสื่อม ใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขมันของผู้ป่วยเอง สร้างการฟื้นฟูเนื้อเยื่อของหมอนรองกระดูก ลดการเสื่อม และลดอาการปวดเรื้อรังโดยไม่ต้องผ่าตัด โรคผิวหนัง ความแก่ การฟื้นฟูผิว ใช้ autologous adipose-derived stem cells เพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ ใช้แนวทาง ภูมิคุ้มกันบำบัด โดยเฉพาะ NK cells เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับมะเร็งลำไส้ใหญ่

ซึ่งหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศส่งเสริมการพัฒนาการแพทย์มูลค่าสูง อาทิ สเต็มเซลล์, การบำบัดด้วยยีนและเนื้อเยื่อที่ผ่านการดัดแปลง และเป็นหนึ่งในนโยบายที่ต้องการขับเคลื่อนพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Wellness & Medical Hub ที่คาดว่าจะเกิดผลประโยชน์โดยรวมประมาณ 266,708 ล้านบาท


บทความที่เกี่ยวข้อง
APCO ส่งนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด สู่เวทีโลก  บุกตลาด Health & Wellness เร่งเครื่องเติบโต
APCO เดินหน้ายกระดับบทบาทผู้นำด้าน Health Innovation ของไทย เผยแพร่ผลการติดตามการใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด APCO วารสารวิชาการภูมิคุ้มกันบำบัดระดับนานาชาติ “Clinical Immunology and Research”
6 ก.พ. 2026
โอทูอี ซัพพลาย  ร่วมกับ บริลลิแอนซ์ รุกตลาด Luxury Living  เปิดตัวโชว์รูมใหม่ เจาะ B2B2C ชูจุดเด่นแบรนด์ยุโรปมีจบครบในที่เดียว
บริษัท โอทูอี ซัพพลาย จำกัด และ บริษัท บริลลิแอนซ์ จำกัด บุกตลาด Luxury Living เปิดตัวโชว์รูมใหม่ ในโครงการ DecorScape ทองหล่อ คอนเซ็ปต์ Next Chapter of Luxury Living จุดเด่นแบรนด์ยุโรปมีจบครบในที่เดียว
10 ต.ค. 2025
บลจ.อีสท์สปริง เสิร์ฟกองเทอมฟันด์พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6 เดือน  ยิลด์ 0.90% ต่อปี    เปิดขาย 11-19 ก.พ. 69 นี้
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M52 (ES-GOVCP6M52) อายุประมาณ 6 เดือน
11 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy