แชร์

ความผันผวนกัดกินตลาดหุ้นทีละนิด นักลงทุนเริ่มตั้งรับก่อนตัวเลขสำคัญสัปดาห์นี้ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ความผันผวนยังคงกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก

อัพเดทล่าสุด: 18 พ.ย. 2025
232 ผู้เข้าชม

ความผันผวนกัดกินตลาดหุ้นทีละนิด นักลงทุนเริ่มตั้งรับก่อนตัวเลขสำคัญสัปดาห์นี้ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ความผันผวนยังคงกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนีสำคัญในสหรัฐฯ ย่อตัวลงแรง -0.8% ถึง -2.0% ขณะที่ยุโรปอ่อนลงอีก -0.2% ถึง -1.2% ส่วนตลาดเอเชียเช้าวันนี้ ญี่ปุ่นร่วง -1.9% และเกาหลีใต้ -1.4% สะท้อนแรงขายเพื่อลดความเสี่ยง (Risk-off) ก่อนสัปดาห์ที่อัดแน่นด้วยเหตุการณ์สำคัญที่อาจกำหนดทิศทางการลงทุนช่วงปลายปี หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตามากที่สุดคือ งบ NVIDIA ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดกระแส AI ที่อาจมีมูลค่าสูงเกินพื้นฐาน ขณะเดียวกัน FED จะเผยรายงานการประชุมเดือน ต.ค. 68 และในวันพฤหัสบดี สหรัฐฯ จะประกาศ ตัวเลขการจ้างงานเดือน ก.ย. ที่ถูกเลื่อนจาก Shutdown ซึ่งอาจมีผลโดยตรงต่อมุมมองดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี ฝั่งญี่ปุ่นยังเจอแรงกดดันเพิ่มเติมจากตัวเลข GDP 3Q68 ที่หดตัว -1.8% QOQ เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส จากผลกระทบของมาตรการภาษี (TARIFF) ที่ทำให้ภาคส่งออกและเศรษฐกิจภาพรวมอ่อนแรงลง

สัญญาณเด่นจากต่างประเทศ

ผลประกอบการเอเชียผสมผสาน แต่การเติบโตยังเดินหน้า ดัชนี HSCI รายงานกำไร 3Q25 ของบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าคาด +3.3% YOY แม้รายได้โตต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าเติบโตได้แข็งแรง โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มการเงินและวัสดุอุตสาหกรรม (FINANCIALS / MATERIALS) ด้าน XPENG รายงานรายได้โตแรง +102% YOY และกำไรสุทธิ +90% YOY แม้ตัวเลขรายได้ต่ำกว่าคาดเพียงเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังสะท้อนแนวโน้มบวกของตลาด EV จีน

โฟกัสประเทศไทย

เศรษฐกิจไทยชะลอแรง เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Technical Recession ตัวเลข GDP 3Q68 ของไทยออกมาต่ำกว่าคาด หดตัวเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส จากแรงกดดันด้านการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงที่รัฐบาลยังไม่เสถียร ทำให้ความเสี่ยงต่อ Technical Recession เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกในระยะถัดไป โดยการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณใหม่ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 มีโอกาสเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยให้เศรษฐกิจไทยพลิกกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน เน้นตั้งรับ ถือเงินสดเพิ่ม ลดความเสี่ยง ตลาดต่างประเทศส่งสัญญาณเตือนจากกำไรกลุ่ม BDC (ปล่อยกู้ในสหรัฐฯ) ที่ลดลงเฉลี่ย -14% YOY ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงสวนทางกับราคาหุ้นกู้ สะท้อนความกังวลต่อตลาด Private Credit ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสัญญาณก่อนเกิดวิกฤตปี 2008 ทำให้หุ้นเทคโนโลยีเริ่มผันผวนแรงขึ้น สำหรับตลาดหุ้นไทย มีโอกาสผันผวนตามทิศทางโลก จึงแนะนำ ถือเงินสด 2030% เพื่อรองรับจังหวะผันผวน เน้นหุ้นที่มีการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง เช่น CPF, CPALL, BA, KKP



 


บทความที่เกี่ยวข้อง
โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 61 เรียนรู้ระบบนิเวศ ป่าชายเลน ณ วนอุทยานปราณบุรี สู่การพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน
โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 61 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ณ วนอุทยานปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมุ่งเน้นการศึกษาเรื่องระบบนิเวศป่าชายเลนและความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางศาสตร์พระราชา
25 ก.พ. 2026
เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด  พร้อมแนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการเลือกตั้งล่าสุดของไทย ซึ่งสะท้อนชัยชนะอย่างชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ
9 ก.พ. 2026
ปตท. เคาะอัตราดอกเบี้ยสำหรับหุ้นกู้อายุ 7 ปี ที่ 2.50% และรุ่นอายุ 3 ปีที่ 2.10%  พร้อมเปิดขายวันที่ 5 - 8 ก.ย. (ช่วงที่ 1) และ 10 - 11 ก.ย. (ช่วงที่ 2)
ปตท. ประกาศอัตราดอกเบี้ยสำหรับหุ้นกู้อายุ 7 ปี ที่ 2.50% ต่อปี และหุ้นกู้ Young Saver Bond อายุ 3 ปี ที่ 2.10% ต่อปี  โดยการเสนอขายจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกระหว่างวันที่ 5 - 8 กันยายน 2568 สำหรับหุ้นกู้อายุ 3 ปี เฉพาะนักลงทุนรุ่นเริ่มออม และหุ้นกู้อายุ 7 ปี
21 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy