แชร์

"อเบอร์ดีน" คัดกองทุน RMF ตัวเด็ด ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน ชวนเกษียณอย่างมีแผนกับ 4 RMF ครอบคลุมทุกมุมลงทุน

อัพเดทล่าสุด: 19 พ.ย. 2025
242 ผู้เข้าชม

บลจ.อเบอร์ดีน ชี้โค้งสุดท้ายเตรียมตัวลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า แนะนำ 4 กองทุน RMF ตัวเด็ด ครอบคลุมทุกมุมลงทุน หุ้นโลก-หุ้นไทย-หุ้นเอเชีย พร้อมตราสารหนี้ไทย  ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของนักลงทุน สร้างพอร์ตการลงทุนเติบโตมั่นคงไปกับกองทุน ABGDD-RMF, ABSM-RMF, ABAPAC-RMF, ABSI-RMF

นายโรเบิร์ต  เพนนาโลซา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ. อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีที่หลายคนเร่งมองหาแนวทางลดหย่อนภาษีให้คุ้ม ซึ่งหนึ่งในทางเลือกยอดนิยม คือ การลงทุนกับกองทุนลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีมูลค่า AUM รวมกันกว่า 467,264 ล้านบาท เติบโตจากปี 2567 ถึง 1.94% สะท้อนว่าคนไทยให้ความสนใจกับลงทุนเพื่อเกษียณมากขึ้นกว่าเดิม (ที่มา : สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC), กันยายน 2568)

เหตุผลที่กองทุน RMF ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการหลัก ๆ ได้ครบ 3 ด้านในกองทุนเดียว คือ 1. ตอบโจทย์เรื่องภาษี เงินลงทุนสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้ และเมื่อรวมกับกองทุนบำนาญอื่น ๆ แล้ว จะลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากวางแผนภาษีให้คุ้มค่าทุกปี 2. ตอบโจทย์การออมเงินระยะยาว นอกจากจะลดหย่อนภาษีได้แล้ว กองทุน RMF ยังถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือออมเงินเพื่อเกษียณโดยเฉพาะ มีเงื่อนไขของระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจนกำหนดให้ต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม และขายคืนได้ก็ต่อเมื่อมีอายุครบ 55 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันการขายกองทุนระหว่างทาง และช่วยสร้างวินัยในการออม ทำให้มีเงินเก็บสำหรับใช้ในวัยเกษียณได้จริง และ 3. ตอบโจทย์การลงทุนสำหรับคนที่มองหาโอกาสเติบโตของราคาจากการลงทุนในระยะยาว

นอกจากนี้ อีกจุดเด่นของกองทุน RMF นั้นคือการที่มีนโยบายการลงทุนและสินทรัพย์หลากหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะกลุ่มหุ้นไทย - ต่างประเทศ กลุ่มตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกกองทุนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเองได้ พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าเงินออมทั่วไป จึงส่งผลให้กองทุน RMF กลายเป็นหนึ่งในกองทุนที่หลายคนให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยากใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หรือคนที่กำลังเริ่มวางแผนเกษียณอย่างจริงจัง

RMF เป็นการลงทุนในระยะยาว การเลือกกองทุน จึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตการลงทุนจะเติบโตอย่างที่ตั้งใจไว้ และพร้อมรองรับเป้าหมายในอนาคตได้จริง ซึ่ง บลจ.อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) ในกลุ่ม Aberdeen Investments ในฐานะบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 25 สาขาทั่วโลก และได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนมานานกว่าหลายสิบปี ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน ทำให้ Aberdeen Investments โดดเด่นในการคัดเลือกบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก นายโรเบิร์ต กล่าว

บลจ.อเบอร์ดีน แนะนำ 4 กองทุนเด่นจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน และบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ ได้แก่

1.กองทุน ABGDD-RMF (กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล ไดนามิค ดีวิเด็น เพื่อการเลี้ยงชีพ) ลงทุนหุ้นโลกผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I Global Dynamic Dividend Fund Z Gross MIncA USD ซึ่งมีนโยบายมุ่งลงทุนในหุ้นปันผลเด่นทั่วโลก ทั้งหุ้นคุณค่า (Value) และหุ้นเติบโต (Growth) รวมกว่า 80-100 บริษัท ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมจากองค์กรชั้นนำทั่วโลกที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาว และจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยกองทุนหลักตั้งเป้าหมายจ่ายปันผลรายเดือนสม่ำเสมอ ซึ่งที่ผ่านมาจ่ายปันผลรายเดือนเฉลี่ยประมาณ 5-6% ต่อปี นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อ วันที่ 14 ตุลาคม 2563 (ที่มา: Aberdeen, กันยายน 2568) ส่วน ABGDD-RMF ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล แต่จะนำเอาเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนหลักนำกลับไปลงทุนต่อ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคง และยืดหยุ่นสูง โดยกองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6

2.กองทุน ABSM-RMF (กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมอล-มิดแค็พ เพื่อการเลี้ยงชีพ)  ลงทุนหุ้นไทย มุ่งเน้นหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในอนาคต โดยคัดเลือกหุ้นอย่างพิถีพิถันประมาณ 2030 บริษัท ผ่านกระบวนการวิเคราะห์เชิงลึกแบบ Bottom-up และใช้แนวทางการลงทุนแบบ High Conviction เน้นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่เกิน 80,000 ล้านบาท (ที่มา : Aberdeen, ตุลาคม 2568) เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดหุ้นไทย และมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว จากการลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต โดยกองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6

3.กองทุน ABAPAC-RMF (กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิค เอคควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ) กองทุนหุ้นเอเชียที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก abrdn Pacific Equity Fund SGD class โดยมีนโยบายลงทุนในตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (ไม่รวมญี่ปุ่น) เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยกองทุนเน้นคัดเลือกหุ้นใน 3 ธีมการลงทุนหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ Innovation นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคต, Globalization 3.0 การเติบโตของธุรกิจที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกยุคใหม่และ New Consumption พฤติกรรมการบริโภคยุคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว (ที่มา : Aberdeen, ตุลาคม 2568) เหมาะสำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสและศักยภาพในตลาดเอเชีย และต้องการลงทุนตามเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก ทั้งนี้ กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6

4.กองทุน ABSI-RMF (กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมาร์ทอินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ) กองทุนตราสารหนี้ไทยที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งภาครัฐและเอกชน โดยปัจจุบันพอร์ตลงทุนมีอายุตราสารเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี โดดเด่นด้วยความผันผวนต่ำ สภาพคล่องสูง และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ในอนาคต (ที่มา : Aberdeen, ตุลาคม 2568) เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ  โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความผันผวนต่ำและสภาพคล่องสูง (กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 4)

พิเศษ! สำหรับผู้ลงทุนที่ลงทุนในกองทุนประเภท RMF ที่ร่วมรายการกับอเบอร์ดีน ทุกยอดการลงทุน 50,000 บาท ผู้ลงทุนจะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิด อเบอร์ดีน แคช ครีเอชั่น (ABCC) มูลค่า 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568 (หรือวันทำการสุดท้ายของปี) ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวน โทร 02-352-3388 หรือ client.services.th@aberdeenplc.com

ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวม ที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม


บทความที่เกี่ยวข้อง
CFARM กางแผนยุทธศาสตร์ “Jump+” ปี 69-71 รุกธุรกิจไก่ไข่เต็มสูบ ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนฟาร์มไก่เนื้อ ดันสัดส่วนรายได้ไก่ไข่แตะ 40% ภายในปี 70
บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM ประกาศเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการ “Jump+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2 เม.ย. 2026
“แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” จับมือเซเว่นฯ โตคู่เกษตรกร รับกล้วยจากสวน 48,000 กิโลต่อเดือน  เดินหน้าต่อยอดพัฒนาขนมหวานพร้อมทาน ปี 2568 โตแรง โกยรายได้ 416 ล้านบาท
จากจุดเริ่มต้นของการนำ “กล้วยน้ำว้า” ผลผลิตจากสวนของเกษตรกรไทย มาต่อยอดเป็นเมนูขนมพื้นบ้านอย่าง “กล้วยบวชชี และกล้วยปิ้ง” รวมถึงขนมไทยอีกหลากหลายรายการ วันนี้แบรนด์ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ภายใต้ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด
12 พ.ค. 2026
อัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 68 อยู่ที่ -0.28%  คาดเงินเฟ้อไทยปี 69 ต่ำต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันต่ำกว่าปีก่อน เศรษฐกิจแผ่วกดดันการใช้จ่าย  และปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ธ.ค. อยู่ที่ -0.28% ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนที่ -0.49% โดยถือเป็นการ ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9  ติดลบใกล้เคียงการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ -0.30%1 ปัจจัยหลักยังคงมาจากระดับราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ปรับลดลง 6.98%
9 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy