แชร์

CFARM ทิศทางโค้งสุดท้ายปี 68 โตแกร่ง ชูแผนศักยภาพการผลิต รับดีมานด์ส่งออกทั่วโลก

อัพเดทล่าสุด: 20 พ.ย. 2025
207 ผู้เข้าชม

บมจ.ชูวิทย์ ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เผยทิศทางธุรกิจช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 เดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ยกระดับการพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่ครบวงจร มุ่งเน้นเพิ่มปริมาณการผลิต-คุณภาพสินค้า บริหารรอบการเกลี้ยงไก่ลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมรับแรงหนุนอุตสาหกรรมไก่ไทยส่งออกเบอร์หนึ่ง ความต้องการเนื้อไก่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 มีรายได้ 57.04 ล้านบาท กำไรสุทธิโต 672% และงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 รายได้ 151.04 ล้านบาท และ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 452.17%

ผศ.ดร.ศิริรักษ์ ขาวไชยมหา รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน พร้อมด้วย นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Opportunity Day ประจำไตรมาส 3/2568 โดยเปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการปรับปรุงระบบบริหารจัดการฟาร์มและกระบวนการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทสามารถเพิ่มรอบการเลี้ยงไก่ได้มากขึ้นจำนวน 2 รอบ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีจำนวนไก่ในระบบทั้งหมด 15 ล้านตัว

ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 42.7 วันต่อรอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท

ด้านอุตสาหกรรมไก่ประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และ ความเชื่อมั่นของคู่ค้า อีกทั้งเนื้อไก่เป็นโปรตีนยอดนิยมเพราะราคาย่อมเยา เหมาะกับทุกศาสนา และ สอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนก (Avian Flu) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

ภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ไทยในขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและคุณภาพ ถือเป็นโอกาสของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงาน และ ขยายตลาดการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการรับรองคุณภาพในโครงการ Farm First Assurance Scheme จาก LRQA (Lloyd's Register Quality Assurance) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอาหาร พร้อมมุ่งเน้นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืน ถือเป็นมาตรฐานในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป และ สหราชอาณาจักร นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ อีกทั้งบริษัทมีจุดแข็งด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวด ส่งผลให้ฟาร์มของบริษัทปลอดโรคไข้หวัดนกมาโดยตลอด รวมถึงการมีมาตรการเชิงรุกที่รัดกุม ตั้งแต่การควบคุมทางเข้าออก การฆ่าเชื้อยานพาหนะ การอาบน้ำเปลี่ยนชุด 100% ของบุคลากร ไปจนถึงการใช้โรงเรือนระบบปิด EVAP (Evaporative cooling system) ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง ลดความเสี่ยงในการบริหารต้นทุน และ ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืนในอนาคต ผศ.ดร.ศิริรักษ์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 3/2568 มีรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญาอยู่ที่ 57.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% และ มีกำไรสุทธิ 10.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 672% และงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการเลี้ยงไก่เนื้อตามพันธะสัญญาอยู่ที่ 151.04 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 7.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 452.17% จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณการส่งมอบไก่เนื้อที่เพิ่มขึ้น และ ราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับดี


บทความที่เกี่ยวข้อง
หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ ร่วมออกบูธในงาน Set in the City 2025 ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ใน DR
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดงาน Set in the City 2025 มหกรรมการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบูธ หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)
17 มิ.ย. 2025
แบงก์ ร่วมกับสภาเครือข่ายฯ สำนักจุฬาราชมนตรี มูลนิธิคนช่วยคน  ร่วมมอบถุงยังชีพฮาลาลผู้ประสบอุทกภัยสงขลา 495 ครัวเรือน หลังน้ำลด
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ร่วมกับสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี มูลนิธิคนช่วยฅน และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพฮาลาลและสิ่งของจำเป็น บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอสะเดาและอำเภอคลองหอยโข่ง
18 ธ.ค. 2025
ออร์บิกซ์ สรุปปีแห่งความสำเร็จ 2568 คว้าเพิ่ม 2 รางวัลแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งปีของไทยจากเวทีระดับโลก
ออร์บิกซ์ เทรด (orbix) ผู้นำด้านแพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป เดินหน้าสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือ
22 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy