แชร์

ETL เดินหน้าโค้งสุดท้ายปี 68 บุกเส้นทางเอเชียกลาง-รัสเซีย ดันขนส่งครบวงจร ยกระดับ Green Logistics

อัพเดทล่าสุด: 24 พ.ย. 2025
381 ผู้เข้าชม

ETL มั่นใจทิศทางธุรกิจไตรมาส 4/2568 เติบโตต่อเนื่อง ปริมาณขนส่งข้ามพรมแดนหนาแน่น บริหารเที่ยวขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำแผนกลยุทธ์ ขยายเส้นทางเอเชียกลาง-รัสเซีย เพิ่มศักยภาพการทำกำไร พร้อมพัฒนาบริการครบวงจร, ตู้ควบคุมอุณหภูมิ และ Multimodal Service ควบคู่ Smart Logistics ลดจำนวนขนส่งเที่ยวเปล่า มุ่งยกระดับมาตรฐานโลจิสติกส์สีเขียว เสริมการคำนวณ Carbon Footprint และ รถบรรทุกขนส่ง EV ภายในเดือนธันวาคม ภาพรวมอุตสาหกรรมอยู่ในเกณฑ์ดี อานิสงส์การย้ายฐานผลิตในภูมิภาค ด้านงบ 9 เดือนปี 2568 รายได้รวม 1,318 ล้านบาท กำไรสุทธิโต 343%

นายพรชัย ดวงแก้ววุฒิไกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโรเอเชีย โทเทิล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETL ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 ยังคงมีแนวโน้มที่ดี จากปริมาณการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนที่ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงสินค้าทั่วไปที่ยังเติบโตจากไตรมาสก่อนซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการที่บริษัทได้วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณเที่ยวขนส่งได้มากขึ้น และ รักษาความหนาแน่นของภาระงานได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าแผนกลยุทธ์การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเส้นทางขนส่งเพื่อรองรับปริมาณงานที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่องจากฐานลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ยังเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเดินหน้าขยายเส้นทางการขนส่งใหม่ อาทิ ภูมิภาคเอเชียกลาง และ สหพันธรัฐรัสเซียและบางประเทศในทวีปยุโรป เช่น เดนมาร์ก เยอรมนี ซึ่งได้เริ่มให้บริการขนส่งแล้วจำนวน 40 ตู้ พร้อมได้รับผลตอบรับที่ดี และ มีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ จากการเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพสร้างรายได้สูง สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร  โดยเชื่อว่าความต้องการใช้บริการขนส่งข้ามแดนยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และ จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

ขณะเดียวกัน บริษัทดำเนินการแผนจัดตั้งสำนักงานแห่งใหม่ บริเวณชายแดนระหว่างประเทศจีน และ ประเทศคาซัคสถาน เพื่อรองรับการขยายตลาดและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มปริมาณงานในเส้นทางเอเชียกลางในระยะยาว อีกทั้งพัฒนาบริการด้านซัพพลายเชน โซลูชั่นส์ครบวงจร และ บริการขนส่งตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) รวมถึงการให้บริการขนส่งหลายรูปแบบแบบ (Multimodal Service) ทั้ง Land-to-Sea และ Land-to-Air ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้บริการครบวงจรทั้งการจัดเก็บสินค้าและการขนส่ง โดยเฉพาะการต่อเชื่อมเที่ยวบินผ่านเมืองฮานอยที่มีลูกค้าใช้บริการมากขึ้น พร้อมบริหารจัดการเที่ยวเปล่าด้วยเทคโนโลยี Smart Logistics ในการวิเคราะห์และวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมต่อการขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

บริษัทให้ความสำคัญการสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า ในการเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับซัพพลายเชนที่เติบโตอย่างยั่งยืน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลักดันบริการให้สอดคล้องกับโครงการด้าน ESG เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล อาทิ การคำนวณ Carbon Footprint เพื่อประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกำหนดมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และ การนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) จำนวน 8 คัน เข้ามาใช้งานในช่วงต่อชายแดนไทย (ด่านพรมแดนนครพนม) -ลาว (ด่าน Naphao) -เวียดนาม (ด่าน Chalo) ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนต่อเที่ยวขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และสอดคล้องกับแนวโน้มโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) ที่กำลังได้รับความสำคัญในระดับภูมิภาคภายในเดือนธันวาคม 2568 นายพรชัย กล่าว

ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ยังคงอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ทำให้คำสั่งซื้อยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาสนี้ ส่งผลให้ปริมาณขนส่งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางไทยจีน ที่ยังคงเป็นหลักสำคัญของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ในภูมิภาค ขณะเดียวกันปัจจัยต่างๆ อาทิ ราคาน้ำมัน, ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รวมถึงการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมเพื่อสอดรับสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯจีน ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อและการย้ายฐานการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์โดยรวม

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 45% และ มีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 343% จากการเพิ่มปริมาณความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน 40% และ บริหารต้นทุนการขนส่งโดยสามารถลดเที่ยวเปล่าได้ 34%


บทความที่เกี่ยวข้อง
iCAUR ตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยี REEV ผสานดีไซน์ Classic Boxy ใน V27 REEV
iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี REEV (Range Extended Electric Vehicle) เสริมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้ผู้ใช้เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า
6 ต.ค. 2026
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กลุ่มคาราบาว ส่งเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง บุกตลาดนอกโรงเบียร์ ชูคอนเซ็ปต์ ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์ พร้อมนวัตกรรมการเสิร์ฟ มอบประสบการณ์ใหม่ในการดื่มเบียร์สดในประเทศไทย
สิ้นสุดการรอคอยกว่า 25 ปี! กลุ่มคาราบาว ประกาศสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ส่ง เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง จากตำนานโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง  Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของไทย ออกจำหน่ายนอกพื้นที่โรงเบียร์เป็นครั้งแรก บุกช่องทางออนพรีมิส (On-Premise)
12 พ.ย. 2025
กทพ. จัดกิจกรรม EXAT POWER GREEN Together 2026 ชวนสมาชิก Easy Pass ร่วมสร้างสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน
นางสาวณัฐฐา กาสี รองผู้ว่าการ (การเงิน บัญชี และพัฒนาธุรกิจ) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม EXAT POWER GREEN Together 2026
5 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy