แชร์

ดร. ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ ถ่ายทอดประสบการณ์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสู่เวทีผู้นำการเงินอิสลามโลก ในงาน The 4th AlBaraka Summit in London 2025

อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ย. 2025
318 ผู้เข้าชม

ดร. ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอัลบารอกะฮ์ ครั้งที่ 4 ณ กรุงลอนดอน (The 4th AlBaraka Summit in London 2025) เวทีประชุมระดับนานาชาติด้านเศรษฐกิจอิสลาม ซึ่งรวบรวมผู้นำสถาบันการเงิน ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิชาการจากกว่า 57 ประเทศ จัดขึ้น ณ โรงแรม JW Marriott Grosvenor House กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 18 - 19 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคการเงินโลกอย่างคับคั่ง ภายใต้ธีมหลัก New Horizons: Islamic Economy in Global Markets, Beyond Majority-Muslim Societies สะท้อนบทบาทใหม่ของเศรษฐกิจอิสลามที่กำลังก้าวข้ามขอบเขตประเทศมุสลิมและเติบโตในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว

พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่การกล่าวเปิดงานโดย Mr. Faraz Khan MBE ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหุ้นส่วน Spectreco US ผู้ก่อตั้งและกรรมการ Seed Ventures ผู้ชี้ให้เห็นถึงพลังของนวัตกรรมของผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจอิสลามยุคใหม่ ตามด้วยการกล่าวต้อนรับจาก Mr. Yousef Khalawi เลขาธิการ AlBaraka Forum for Islamic Economy ซึ่งกล่าวถึงการขยายตัวของระบบการเงินอิสลามสู่ประเทศที่ประชากรมุสลิมมิได้เป็นส่วนใหญ่ ปิดท้ายด้วยปาฐกถาพิเศษจาก H.E. Lord Dominic Johnson CBE สมาชิกสภาขุนนางสหราชอาณาจักร ซึ่งย้ำถึงความพร้อมของลอนดอนในการเป็นศูนย์กลางการเงินอิสลามชั้นนำของโลก ด้วยกฎเกณฑ์ที่เป็นมิตรและโครงสร้างตลาดที่แข็งแรงรองรับนักลงทุนจากทั่วโลก

ภายหลังพิธีเปิด งานได้เข้าสู่การประชุมเชิงลึกในหลากหลายหัวข้อ โดยหนึ่งในช่วงสำคัญที่สุด คือ การเสวนาผู้บริหารระดับซีอีโอของธนาคารอิสลาม ในหัวข้อ Islamic Banking in Global Markets and Environments: Between Aspirations and Operational Realities โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ ผู้นำธนาคารอิสลามระดับโลก ได้แก่ Mr. Charles Haresnape ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) จาก Gatehouse Bank Plc พร้อมด้วย Mr. Shabir Chohan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) จาก AlBaraka Bank South Africa และ ดร. ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดยมี Dr. Muhammad Saeed Fadloun, Head of Shariah Compliance จาก AlRayan Bank เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในเวทีดังกล่าว ดร. ทวีลาภ ได้นำเสนอหัวข้อ Transplanting Islamic Banking: Strategies for Adapting Core Values in Global Markets ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของประเทศไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มิใช่มุสลิมส่วนใหญ่ แต่สามารถพัฒนาธนาคารอิสลามให้ดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนภายใต้โครงสร้างกฎหมายไทย โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงก่อตั้งที่มาจากการผลักดันของชุมชนมุสลิม ก่อนเผชิญข้อจำกัดด้านทุน โครงสร้างตลาด และกฎระเบียบ จนต้องปรับโครงสร้างหลายครั้งเพื่อให้ก้าวสู่ความมั่นคง และในที่สุดได้รับการเพิ่มทุนและสนับสนุนจากภาครัฐจนกลายเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) ที่มีบทบาทสำคัญต่อประชาคมมุสลิมไทยกว่า 6 ล้านคน

ดร. ทวีลาภ อธิบายว่า ความท้าทายสำคัญของ การถ่ายทอดระบบธนาคารอิสลาม คือ การทำให้สังคมและหน่วยงานกำกับดูแลเข้าใจแก่นของการเงินอิสลาม ไม่ใช่เพียงการตีความหลักชะรีอะฮ์แบบเคร่งครัดเท่านั้น แต่รวมถึงคุณค่าพื้นฐานที่เป็นสากล เช่น ความโปร่งใส การแบ่งปันความเสี่ยง การทำสัญญาที่เป็นธรรม และการลงทุนที่มีประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งเป็นคุณค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่ามุสลิมหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของตลาดไทย เช่น การไม่มีตลาดเงินอิสลาม (Islamic Money Market) หรือศุกูก (Sukuk) ที่รองรับการบริหารสภาพคล่อง รวมถึงภาพจำของสังคมที่ยังเข้าใจว่าธนาคารอิสลามเป็น ธนาคารเฉพาะของชาวมุสลิม ทำให้ไอแบงก์ต้องสร้างความเข้าใจเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของลูกค้าและหลักชะรีอะฮ์ในเวลาเดียวกัน

ดร. ทวีลาภ ยังได้ถ่ายทอดบทเรียนสำคัญในวาระครบรอบ 20 ปีของไอแบงก์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ ทั้งการทบทวนพันธกิจองค์กร การยกระดับดิจิทัล การกำหนดทิศทางใหม่ที่สะท้อนหลัก Maqasid al-Shariah รวมถึง ESG และ SDGs ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นกับสังคมมุสลิมผ่านความร่วมมือกับสำนักจุฬาราชมนตรี และองค์กรศาสนาในระดับพื้นที่ จนไอแบงก์กลายเป็น ธนาคารของชุมชนมุสลิมไทย อย่างแท้จริง อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการวางระบบนิเวศ (Ecosystem Building) ซึ่งไอแบงก์ได้เริ่มพัฒนากรอบธรรมาภิบาลการเงินอิสลามของประเทศ โดยเชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาคมาร่วมออกแบบ บนหลักการที่ว่า ความเข้มแข็งของโครงสร้างชะรีอะฮ์คือฐานของความเชื่อมั่น และความเชื่อมั่นคือฐานของการเติบโต

ในตอนท้ายของการเสวนา ดร. ทวีลาภ ย้ำว่า การพัฒนาการเงินอิสลามในประเทศไทยไม่ใช่เพียงการยึดตามรูปแบบเดิมจากต่างประเทศ แต่เป็นการปรับหลักการอิสลามเข้ากับบริบทไทยอย่างเข้าใจ ถูกต้อง และยั่งยืน พร้อมเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพอย่างยิ่งที่จะก้าวสู่บทบาทใหม่ในเศรษฐกิจอิสลามโลก ผ่านการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคต

เวทีการประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในระบบการเงินอิสลามสากล และยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยในการเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจอิสลามไทยสู่เวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank เผยดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี Q4/68 และคาด Q1/69 ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนผู้ประกอบการไทยยังพร้อมเดินหน้าธุรกิจต่อท่ามกลางปัจจัยรุมเร้า
SME D Bank โดย ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. และสำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ไตรมาส 4 ปี 2568 และคาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 1 ปี 2569
18 ธ.ค. 2025
PROUD โชว์ผลประกอบการ All-Time High รายได้ 6,407 ลบ. กำไรสุทธิ 168 ลบ. เล็งเคาะปันผล 0.09 บาท/หุ้น
PROUD ทำสถิติใหม่ All-Time High โชว์ผลประกอบการปี 68 รายได้รวม 6,407 ล้านบาท โต 183% กำไรสุทธิ 168 ล้านบาท พร้อมเสนอจ่ายปันผล 0.09 บาท/หุ้น
26 ก.พ. 2026
A5 เปิดตัว "CINQ RESERVE" ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Luxury Wellness Living  ยกระดับการอยู่อาศัยสู่คุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า
A5 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Luxury Wellness Living เปิดตัว "CINQ RESERVE" พื้นที่ส่วนกลางแห่งใหม่ โครงการ CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7 ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตควบคู่การออกแบบระดับลักชัวรี ผ่าน Wellness Ecosystem
20 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy