แชร์

WICE เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 4/68 ดีมานด์ขนส่งโตต่อเนื่อง จับโอกาสย้ายฐานการผลิตพัฒนาเทคโนโลยีสู่ผู้นำ Green Logistics

อัพเดทล่าสุด: 28 พ.ย. 2025
207 ผู้เข้าชม

WICE รุกธุรกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2568 มั่นใจรายได้โต 15% ตามแผน ดีมานด์การขนส่งสินค้ายังขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมรับอานิสงส์การย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และเสถียรภาพจากทิศทางสงครามการค้าสหรัฐจีนเริ่มคลี่คลาย ด้านอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เติบโตจากการย้ายฐานการผลิต เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และ โครงข่ายขนส่งสินค้า สู่เป้าหมายผู้นำการขนส่งระดับภูมิภาค และ Green Logistics มุ่งสร้างองค์กรแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ส่วนงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยทิศทางธุรกิจช่วงไตรมาส 4/2568 บริษัทมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการขนส่ง โดยปริมาณงานขนส่งทั้งทางทะเลและการขนส่งข้ามพรมแดน รวมถึงบริการซัพพลายเชน โซลูชั่นส์ยังคงเติบโต ตามความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีเส้นทางขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปยังจีน และ สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ครบวงจร รวมถึงการขยายเส้นทางร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการขนส่งครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ขณะเดียวกันได้นำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก มาใช้ในการออกแบบเส้นทางและบริหารการขนส่งให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานของลูกค้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และ ประสิทธิภาพในกระบวนการดำเนินงาน โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานระยะยาว เพื่อก้าวสู่การเป็น Green Logistics ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและระบบอัตโนมัติควบคู่กับความแข็งแกร่งของโครงข่ายการขนส่ง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขณะที่สถานการณ์ด้านสงครามการค้าระหว่างสหรัฐจีน ถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญในช่วงปลายปี ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตในจีนเริ่มรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ทดแทนการส่งสินค้าไปสหรัฐอเมริกาโดยตรง   ประกอบกับการวางแผนย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการหลายรายเข้าสู่ประเทศในอาเซียน ทำให้ความต้องการบริการขนส่งสินค้าทางทะเล การขนส่งข้ามพรมแหน และ ซัพพลายเชน โซลูชั่นส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านบริการดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นการขนส่งสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ คาดว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะมีความเคลื่อนไหวของการผลิตและการขนส่งมากขึ้นในปี 2569 และจะหนุนให้ปริมาณงานขนส่งและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นในระดับภูมิภาค

ภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยังมีแนวโน้มเติบโตดีจากความต้องการขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และชิ้นส่วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการขนส่งต่อเนื่องทั้งปี แม้ปัจจัยด้านสงครามการค้าจะสร้างความผันผวนต่อภาคอุตสาหกรรมในช่วงแรกและเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายลงบ้าง แต่ธุรกิจจำนวนมากได้เริ่มมีการปรับกลยุทธ์รองรับความเสี่ยงในระยะแรก จนสามารถกลับมาดำเนินการได้เป็นปกติ ส่งผลให้โครงข่ายซัพพลายเชนเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น โดยประเมินว่าความต้องการขนส่งจะเพิ่มขึ้นตามการลงทุนในภูมิภาคและการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีน ซึ่งจะผลักดันให้เกิดดีมานด์ด้านโลจิสติกส์ครบวงจรในหลายอุตสาหกรรมใหม่

บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโต 15% ตามแผนที่วางไว้ โดยเดินหน้าตามกลยุทธ์ในการยกระดับคุณภาพบริการโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมขยายเส้นทางและเครือข่ายการขนส่งให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม และเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำโลจิสติกส์ในระดับภูมิภาค ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งพัฒนาองค์กรภายใต้แนวคิด Green Logistics เพื่อสนับสนุนลูกค้าที่มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเป็นกลาง ตลอดจนเสริมแผนการดำเนินงานเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต นายชูเดช กล่าว

ด้านผลประกอบการไตรมาส 3/2568 บริษัทมีรายได้จากการบริการ 1,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.7% และ มีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.3% จากการเติบโตในส่วนงานซัพพลายเชน โซลูชั่นส์ และ การขนส่งข้ามพรมแดนขยายตัว


บทความที่เกี่ยวข้อง
APM และ Armarium Capital เยี่ยมชมโรงงาน สมาร์ท เว็ท (SVG)
ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ และนายสุริยา ธรรมธีระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) พร้อมด้วย Mr. Philip Kwek Senior Advisor และ Mr. Rickson Chua Chief Executive Officer
13 พ.ย. 2025
ธอส. พร้อมเคียงข้างลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดน  จัดทำมาตรการเร่งด่วน ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย กัมพูชา
25 ก.ค. 2025
เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำและมีความเปราะบางสูงขึ้น จากสงครามการค้าความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น และแผลเป็นเศรษฐกิจที่เรื้อรัง
SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 2.3% ในปี 2568 และ 2569 ชะลอลงจาก 2.8% ในปีก่อน เป็นผลจากสงครามการค้าและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นมาก
18 มิ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy