แชร์

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ขานรับนโยบายรัฐบาล ผนึกกำลังแบงก์รัฐ ประกาศ 3 โครงการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

อัพเดทล่าสุด: 3 ธ.ค. 2025
319 ผู้เข้าชม

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ขานรับนโยบายรัฐบาล ผนึกกำลังสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประกาศโครงการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน เสริมสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ ต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการหรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ จำนวน 3 โครงการ  ประกอบด้วย 1. โครงการช่วยเหลือ : พักเงินต้น  ยกดอกเบี้ย  รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 12 เดือน  2. โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยา : ให้ลูกหนี้เดิมกู้เพิ่มรายละไม่เกิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 12 เดือนแรก  และ  3. โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู : ให้สินเชื่อรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0% 12 เดือนแรก

นายฉัตรชัย  ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) เปิดเผยว่า ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) ได้มีนโยบายให้สมาคมสถาบันการเงินของรัฐเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ และคณะรัฐมนตรี (ครม.)`วันที่ 2 ธ.ค.2568 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เสริมสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ ต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการหรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วนั้น สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ  ได้แก่   ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.)และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) พร้อมสนับสนุนการดำเนินการมาตรการดังกล่าว รายละเอียดดังนี้

1. โครงการช่วยเหลือ : พักเงินต้น ยกดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยพักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ย รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 12 เดือน โดยระหว่างพักชำระหนี้ ดอกเบี้ย 0% สำหรับบัญชีลูกหนี้สถานะบัญชีปกติ และบัญชีลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างปรับปรุงโครงสร้างหนี้และสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ ยังคงชั้นหนี้เดิมตลอดระยะเวลาการพักชำระหนี้ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้จากมาตรการอื่นๆ ของสถาบันการเงินของรัฐแล้ว สามารถเปลี่ยนมาใช้โครงการช่วยเหลือฯ ได้ โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มกราคม 2569                                                  

2. โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยา : เพื่อให้ลูกหนี้เดิมมีสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ  โดยให้ลูกหนี้เดิมกู้เพิ่มภายใต้วงเงินกู้เดิมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี  12 เดือนแรก ระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 เป็นต้นไปเป็นไปตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด สำหรับบัญชีลูกหนี้สถานะบัญชีปกติ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ของสถาบันการเงินของรัฐแล้ว  สามารถเปลี่ยนมาใช้โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยาได้ โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

3 โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู : เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีเงินทุน เพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย  หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี 12 เดือนแรก ระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 เป็นต้นไปเป็นตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด โดยผู้กู้ต้องมีสถานะบัญชีปกติ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ของสถาบันการเงินของรัฐแล้ว  สามารถเปลี่ยนมาใช้โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูได้ โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ดังกล่าว ต้องมีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยตามประกาศกองอำนวยการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และมีหลักฐานว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่สถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่งกำหนด

ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการผ่านช่องทาง Mobile Application หรือช่องทางอื่นๆ
ของสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center  Line Facebook Website Mobile Application และช่องทางอื่นๆ ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง                    

หมายเลข Call Center ของสถาบันการเงินของรัฐ

ธนาคารออมสิน 1115
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)   0 2555 0555
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)  0 2645 9000
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)  0 2271 3700
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)  1357
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBank) 1302


บทความที่เกี่ยวข้อง
"SMO" กำลังผลิตพร้อม หากรัฐปรับสูตร “ไบโอดีเซล”  มองหนุนดีมานด์ในประเทศ ลุ้นรายได้ปี 69 โตเกินเป้า
"กลุ่มสมอทอง” เตรียมพร้อมกำลังการผลิต หากรัฐปรับสูตร “ไบโอดีเซล” เป็น B10 และ B20 ประเมินช่วยหนุนดีมานด์ในประเทศ ส่วนโรงงานใหม่สาขาพนมกดสวิตช์เดินเครื่องเม.ย.นี้ รับฤดูปาล์ม peak season
31 มี.ค. 2026
SUN ร่วมสนับสนุนกิจกรรมกองทัพเรือ
บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปภายใต้แบรนด์สินค้า KC ร่วมกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพกองทัพเรือ
3 พ.ย. 2025
EXIM BANK ส่งต่อความห่วงใย อุดหนุนรายได้ชุมชน  ลงพื้นที่เยียวยาประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจส่งออกที่ประสบอุทกภัยภาคใต้
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำคณะผู้บริหารและพนักงานลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจส่งออก พนักงาน
2 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy