แชร์

อีซูซุขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งออกรถจากฐานการผลิตไทยไปตลาดโลกครบ 3 ล้านคัน

อัพเดทล่าสุด: 9 ธ.ค. 2025
316 ผู้เข้าชม

อีซูซุประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ส่งท้ายปีด้วยยอดการส่งออกรถอีซูซุทั้งรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ มิว-เอ็กซ์ จากฐานการผลิตในประเทศไทยไปสู่ตลาดโลก ครบ 3,000,000 คัน อย่างเป็นทางการ นับเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำศักดิ์ศรี การเป็น โปรดักแชมเปี้ยน ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งให้ประเทศไทย ในตลาดโลก สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ผลิตจากฐานการผลิตในไทย

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า ความสำเร็จในการส่งออกรถอีซูซุครบ 3 ล้านคันในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของอีซูซุและประเทศไทยในฐานะ "ฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก" อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปยัง กว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยรถอีซูซุที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการเป็นสินค้าคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่น ความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะที่เป็นเลิศ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รถยนต์อีซูซุที่ผลิตโดยคนไทย ถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูงสุด ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตและส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า อีซูซุ ดีแมคซ์ EV เป็น แบรนด์แรกจากฐานการผลิตไทยไปยังยุโรปอีกด้วย  มร.ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีซูซุมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนโดยมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปด้วยกันกับประเทศไทย สร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลงทุนมหาศาลด้านการผลิต การเลือกใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วนที่สูงกว่า 90% ในรถปิกอัพ และทำให้รถปิกอัพกลายเป็น โปรดักแชมเปี้ยน (Product Champion) ที่ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการย้ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทั้งรถ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ก่อให้เกิด Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กว้าง ลึก และแข็งแกร่ง ในระดับโลก มีส่วนทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีประชากร ในอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน

อีซูซุได้เริ่มธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2506  และยืนหยัดใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดผลิต รถอีซูซุในไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกเกือบ 50% โดยมีรายละเอียดการส่งออก ดังนี้

·       พ.ศ. 2557         ส่งออกครบ 1 ล้านคัน
·       พ.ศ. 2562         ส่งออกครบ 2 ล้านคัน
·       พ.ศ. 2568         ส่งออกครบ 3 ล้านคัน

อีซูซุยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่รองรับความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้ง สร้างงาน สร้างความมั่งคั่ง ให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย เพื่อเคียงคู่และสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ไทยประกันชีวิต เปิดตัว เลกาซี ฟิต รีไทร์ 99/10  ชวนคนไทยวางแผนความมั่นคงหลังเกษียณ ควบคู่กับการสร้างหลักประกันชีวิตระยะยาว พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี
ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแบบประกันใหม่ส่งท้ายปี เลกาซี ฟิต รีไทร์ 99/10 ชูจุดเด่นด้านการวางแผนเกษียณ ควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี  ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่ต้องการวางแผนการเงินและความคุ้มครองในระยะยาว
2 ธ.ค. 2025
บลจ.อีสท์สปริง เผยไตรมาส 4 ปี 68 เป็นจังหวะเปลี่ยนผ่านดอกเบี้ยและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์   แนะจัดพอร์ตหลัก ตราสารหนี้-หุ้นสหรัฐฯ-หุ้นเอเชีย สร้างผลตอบแทนที่มั่นคง
บลจ.อีสท์สปริง มองภาพรวมการลงทุนไตรมาส 4 ปี 2568  เป็นจังหวะเปลี่ยนผ่านของดอกเบี้ยและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์  โดยเฉพาะความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน  และท่าทีธนาคารกลางแต่ละประเทศ  แนะกลยุทธ์การจัดพอร์ตหลักเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง
10 ต.ค. 2025
KBank เสริมแกร่ง SC Asset ปักธงพัฒนาคลังสินค้า หนุน 2,500 ล้านบาท ปั้นโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์รวมกว่า 180,000 ตร.ม.
กสิกรไทย หนุน SC Asset วงเงินกว่า 2,500 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาคลังสินค้า  เพื่อรองรับการเติบโตของทั้งภาคโลจิสติกส์ ภาคการผลิต ตลอดจนอุตสาหกรรมใหม่ๆ ด้วยพื้นที่รวมกว่า 180,000 ตร.ม. โดย SC
13 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy