แชร์

ไอแบงก์ขานรับนโยบายคลัง ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู ช่วยเหลือลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยภาคใต้

อัพเดทล่าสุด: 15 ธ.ค. 2025
492 ผู้เข้าชม

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ขานรับนโยบายกระทรวงการคลังที่มอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุม 10 จังหวัด โดยได้จัดทำ มาตรการ ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อลดภาระทางการเงิน พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉินและฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไอแบงก์พร้อมดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงลูกค้าธนาคารได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับหลักการของสถาบันการเงินอิสลามที่ยึดมั่นในการยืนเคียงข้างลูกหนี้ในยามเกิดวิกฤต มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 3 มาตรการสำคัญ ครอบคลุมการช่วยเหลือลูกหนี้ในทุกระยะ ได้แก่ มาตรการที่ 1 การพักชำระหนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกหนี้ในช่วงวิกฤต โดยธนาคารให้พักชำระเงินต้นและยกเว้นกำไรเป็นระยะเวลา 12 เดือน เพื่อให้ลูกหนี้มีเวลาในการฟื้นฟูชีวิตและกิจการ มาตรการที่ 2 สินเชื่อเยียวยา เพื่อสนับสนุนเงินทุนฉุกเฉินให้แก่ลูกหนี้เดิมที่ได้รับผลกระทบ สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีพ ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ และ มาตรการที่ 3 สินเชื่อฟื้นฟู เพื่อช่วยให้ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูกิจการ ซ่อมแซมหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ ตลอดจนลงทุนเพื่อกลับมาดำเนินธุรกิจได้ดั่งเดิม

นายธีระ ยีโกบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจสาขา และผู้รับผิดชอบโครงการ Southern Sandbox กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ไอแบงก์ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ ครอบคลุมทั้งมาตรการทางการเงิน ไอแบงก์ไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้เดิมของธนาคาร ตลอดจนความร่วมมือกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี และพันธมิตรอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนของธนาคาร ในการระดมความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ทั้งในรูปแบบการจัดตั้งศูนย์ประสานการขอรับความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พักพิง การรักษาพยาบาล หรือการช่วยเหลือเร่งด่วนอื่น ๆ ผ่าน ไอแบงก์ คอนแทค เซนเตอร์  พร้อมศูนย์รับบริจาคเงินเพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจหลังน้ำลด โดยได้นำเงินบริจาคจากประชาชนส่งต่อเป็นความช่วยเหลือในรูปแบบถุงยังชีพฮาลาล และการจัดตั้งโรงครัวฮาลาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างทั่วถึง

สำหรับมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัย ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการที่จะช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารที่มีผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ภายหลังจากประสบภัยพิบัติ ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส คณะกรรมการธนาคารได้มีนโยบายเร่งให้ฝ่ายจัดการช่วยเหลือลูกค้าและออกมาตรการสอดรับกับนโยบายรัฐบาลเพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน พร้อมเสริมสภาพคล่องให้ลูกหนี้บุคคลและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถยืนหยัดและกลับมาฟื้นตัวได้เร็วที่สุด ด้วย 3 มาตรการ ดังนี้

1) มาตรการช่วยเหลือพักชำระหนี้  ธนาคารพักชำระเงินต้นและยกเว้นกำไรสูงสุด 12 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่มียอดเงินต้นคงเหลือของสินเชื่อรวมทุกบัญชีไม่เกิน 1 ล้านบาท และพักชำระทั้งเงินต้นและกำไร 3 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่มียอดเงินต้นคงเหลือของสินเชื่อรวมทุกบัญชีเกิน 1 ล้านบาท โดยลูกหนี้ที่ประสงค์ขอความช่วยเหลือในมาตรการ 1 สามารถยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

2) มาตรการสินเชื่อเยียวยา  ธนาคารให้วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาท (ภายใต้วงเงินสินเชื่อสัญญาเดิม) พร้อมยกเว้นกำไร 6 เดือนแรก สำหรับลูกค้าที่มีการชำระเงินต้นในสัญญาเดิมมาแล้วตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป กรณีลูกค้าชำระเงินต้นในสัญญาเดิมมาแล้วเกินกว่า 100,000 บาท จะได้รับการพิจารณาให้วงเงินได้ไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมสิทธิอัตรากำไร 0% ตลอดระยะเวลา 12 เดือน พร้อมปลอดชำระเงินต้น 6 เดือนแรก ผ่อนได้นานสูงสุด 3 ปี และอัตรากำไรปีที่ 2 และ 3 เท่ากับ SPRR (ปัจจุบันเท่ากับ 8.05% ต่อปี) โดยลูกหนี้ที่ประสงค์ขอความช่วยเหลือในมาตรการ 2 สามารถยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569  

3) มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู  ธนาคารพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อประเภทนี้สูงสุด 5 ล้านบาทสำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs และสูงสุด 1 ล้านบาทสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล โดยวงเงิน 1 ล้านบาทแรก อัตรากำไร 0% ตลอดระยะเวลา 12 เดือน พร้อมปลอดชำระเงินต้น 3 เดือน ลูกหนี้ที่ประสงค์ขอความช่วยเหลือในมาตรการ 3 สามารถยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยอัตรากำไรและระยะเวลาผ่อนชำระ มีรายละเอียดดังนี้

ลูกค้าสินเชื่อบุคคล :  ปีที่ 1 คิดอัตรากำไร 0% ปีที่ 2 : SPRL-3.50% (ปัจจุบัน 4.30%) ปีที่ 3 เป็นต้นไป : SPRL-1.50% (ปัจจุบัน 6.30%) ระยะเวลาผ่อนได้นานสูงสุด 20 ปี    

ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ : ปีที่ 1 คิดอัตรากำไรพิเศษ 0% สำหรับ วงเงิน 1 ล้านบาทแรก และอัตรากำไร SPRL-1.50% (ปัจจุบัน = 6.30%) สำหรับวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท และปีที่ 2: SPRL-1.50% (ปัจจุบัน = 6.30%) ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป : SPRL (ปัจจุบัน = 7.80%)    ผ่อนได้นานสูงสุด 7 ปี  

โดยผู้ประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ตามนโยบายกระทรวงการคลัง ต้องมีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 10 จังหวัด ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนดตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมีหลักฐานแสดงว่าได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย โดยสามารถลงทะเบียนขอเข้าร่วมมาตรการได้ที่เว็บไซต์ www.ibank.co.th หรือที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ทุกสาขาใกล้บ้าน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และลูกค้าสามารถติดตามผลการพิจารณาอนุมัติผ่านระบบแจ้งเตือนของแอปพลิเคชัน ibank application นายธีระ กล่าวทิ้งท้าย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ibank Contact Center 1302 หรือ แชตทาง Messenger : Islamic Bank of Thailand - ibank (@ibank.th) และ Line : iBank 4 all (@ibank)


บทความที่เกี่ยวข้อง
มาสด้ายกทัพรถแต่งพิเศษภายใต้ MAZDA SIGNATURE SPIRIT COLLECTION  อวดโฉมครั้งแรกงานบางกอกออโต้ซาลอน
มาสด้ายกทัพรถแต่งพิเศษร่วมงาน บางกอก ออโต้ ซาลอน 2026 นำเสนอยนตรกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด นำทัพโดย THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e และยนตรกรรมภายใต้ MAZDA SIGNATURE SPIRIT C
26 ส.ค. 2026
NEDA ชี้แจงข้อเท็จจริงงบประมาณปี 2570 กรณีโครงการในกัมพูชา 18.20 ล้านบาท ย้ำเป็นค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยตามภาระผูกพัน
นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. (NEDA) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในราชอาณาจักรกัมพูชา
14 ก.ย. 2026
วิริยะประกันภัย ร่วมค่ายอาสา “แบกโดนัทขึ้นดอย” สานฝันน้องห้องเรียนเคลื่อนที่บ้านดอยแยก จ.เชียงใหม่
นายสุนทร บุญทา อาจารย์โรงเรียนบ้านนาคอเรือ (ห้องเรียนเคลื่อนที่สาขาบ้านดอยแอก) รับมอบงบประมาณ จำนวน 32,000 บาท และชุดอุปกรณ์เครื่องเขียน จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายคมกริต สุดทรัพย์ ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมดทดแทนลำพูน เป็นผู้แทนมอบ ภายใต้
12 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy