แชร์

ttb analytics คาดมาตรการ เที่ยวดีมีคืน 2568 ช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ธุรกิจโรงแรมให้ขยายตัวในโค้งสุดท้ายของปี แนะรัฐกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองต่อเนื่องหนุน SMEs เติบโตได้

อัพเดทล่าสุด: 18 ธ.ค. 2025
347 ผู้เข้าชม

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดมาตรการ เที่ยวดีมีคืน 2568 จะช่วยผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในระยะสั้น พร้อมแนะภาครัฐต่อยอดและพัฒนาโครงการท่องเที่ยวเมืองรองให้ต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพจังหวัดเมืองรองให้น่าสนใจต่อการท่องเที่ยว และเพิ่มมิติทั้งจำนวนและค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ทำให้เมืองรองสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่าน 5 มาตรการย่อย โดยเฉพาะ 3 มาตรการที่ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภาคการโรงแรมของไทยอันประกอบด้วย 1) มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดคนละ 20,000 บาท เมื่อใช้จ่ายในเมืองรองสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เพิ่มเติมเป็น 1.5 เท่า สำหรับเมืองหลักได้ 1 เท่า 2) มาตรการภาษีสำหรับนิติบุคคลเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ เพื่อนำมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่าสำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดเมืองรอง หากไม่ใช่เมืองรองสามารถหักได้ 1.5 เท่า โดยทั้งสองมาตรการนี้เริ่มตั้งแต่ 29 ต.ค. 2568 15 ธ.ค. 2568 ที่ผ่นมา และ 3) มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาของภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load)  โดยกำหนดให้เร่งรัดเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 60% นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 - 31 ม.ค. 2569 ซึ่งทั้ง 3 มาตรการกระตุ้นฝั่งอุปสงค์ได้ตรงจุด ทาง ttb analytics คาดว่าสามารถช่วยกระตุ้นภาคโรงแรมและท่องเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปีได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ภายใต้สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยที่เปลี่ยนแปลงไป

สืบเนื่องจากปี 2568 ภาคท่องเที่ยวไทยอยู่ภายใต้แรงกดดันจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัวเป็นครั้งแรกนับจากปี 2557 (ไม่นับช่วงสถานการณ์โควิด-19) โดยเฉพาะแรงกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยเป็นแรงหนุนสำคัญให้ภาคท่องเที่ยวไทยหดตัวเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดกว่า 60% (คาดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้จะอยู่ที่ 4.6 ล้านคน จากสูงสุดปี 2562 ที่มีจำนวน 11.1 ล้านคน) อีกทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวในประเทศที่แม้ยังมีโมเมนตัมการเติบโตแต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2567 ที่นักท่องเที่ยวไทยโต 6.8% และในปี 2568 ที่เติบโตเพียง 4.7% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่เติบโตถึง 24.4% ทั้งนี้ การชะลอตัวในภาคท่องเที่ยวซึ่งเป็นภาคอุปสงค์ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมจึงกดดันให้ในปี 2568 ธุรกิจโรงแรมอาจหดตัวเป็นครั้งแรกนับจากผ่านช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ราว 0.4% ที่มูลค่า 3.59 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มของโรงแรมขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะหดตัว 2.1% ที่รายได้ 1.90 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.94 แสนล้านบาท เนื่องด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัวและมีแนวโน้มรุนแรงกว่าที่คาดไว้ ในขณะที่โรงแรมขนาดเล็กยังได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในประเทศยังมีการขยายตัวแม้จะชะลอตัวอยู่บ้างแต่ยังรักษาการเติบโตที่รายได้ในปี 2568 ราว 1.69 แสนล้านบาท ขยับเพิ่มจากปีก่อนที่ 1.5%

ภาพรวมที่ชะลอตัวดังกล่าว ส่งผลให้ภาครัฐมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคท่องเที่ยว ผ่านนโยบาย เที่ยวดีมีคืน 2568 ซึ่ง ttb analytics มองทั้ง 3 มาตรการที่ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ของภาคการโรงแรมคาดสร้างเม็ดเงินเพิ่มเติมประมาณกว่า 5,900 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นเม็ดเงินจากฝั่งเอกชนซึ่งประกอบด้วย รายได้จากการท่องเที่ยว จากการให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงสิทธิหักเป็นรายจ่ายสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ซึ่งหากมีผู้ใช้สิทธิ์เต็มจำนวน คาดจะสามารถสร้างรายได้รวมกันราว 3,100 ล้านบาท และรายได้จากหน่วยงานภาครัฐที่มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาของภาครัฐ อีกกว่า 2,800 ล้านบาท เม็ดเงินเหล่านี้คาดว่าจะช่วยส่งผลให้รายได้ภาคโรงแรมในปี 2568 จากเดิมที่คาดหดตัว 0.4% มีโอกาสพลิกกลับเป็นขยายตัวราว 1.6% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน พื้นที่เมืองรองมีสัดส่วนถึง 28% ของรายได้รวม คาดว่า SMEs ธุรกิจโรงแรมที่กระจายในเมืองรองมากกว่าเมืองหลัก จะเป็นกลุ่มได้รับอานิสงส์จากสิทธิประโยชน์ที่ผู้ใช้บริการได้รับเพิ่มเติม โดยคาดรายได้อาจขยับเพิ่มขึ้นได้ถึง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

โดยสรุป ttb analytics คาดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เที่ยวดีมีคืน 2568 จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ผ่านกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ช่วยพลิกฟื้นภาคโรงแรมจากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวให้กลับมามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ด้วยมาตรการดังกล่าวจะเน้นกระตุ้นฝั่งอุปสงค์ในระยะสั้น แม้ว่าครอบคลุมมาตรการดูแลฝั่งอุปทาน จากมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมและที่พักเสริมศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ SMEs ในจังหวัดเมืองรอง อย่างไรก็ตาม เมื่อมองแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ที่ชะลอตัว จึงเสนอแนะภาครัฐให้ออกมาตรการสนับสนุนกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีศักยภาพท่องเที่ยว และยังช่วยการเพิ่มแรงจูงใจและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ  รวมถึงมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนส่วนกลางและในพื้นที่เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มการประชาสัมพันธ์ และพัฒนาเส้นทางรวมถึงรูปแบบการท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคนไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบวันเดียวหรือแบบพักแรม ซึ่งจะช่วยทำให้มีเม็ดเงินเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำในระดับภูมิภาคได้มากขึ้น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธ.ก.ส. ชวนชมรายการหอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ตะลุยจังหวัดนครปฐม  ชมนวัตกรรมสกินแคร์จากข้าว และบุกซุปเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีเกษตรกับรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 10 ตะลุยจังหวัดนครปฐม ไปกับ “เต้ย - พงศกร เมตตาริกานนท์” และ “เอี๊ยง – สิทธา สภานุชาติ”
17 ก.ค. 2026
Dyson เปิดตัวสีลิมิเต็ดอิดิชั่น Ceramic Apricot ในไทย เป็นประเทศแรกของโลก!  พร้อมต้อนรับ สกาย วงศ์รวี ขึ้นแท่น Friend of Dyson Beauty คนล่าสุด
- พบคอลเลกชันใหม่สี Ceramic Apricot วางจำหน่ายในกลุ่มอุปกรณ์ดูแลเส้นผม Dyson Beauty - คอลเลกชันพิเศษสำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ที่ได้แรงบันดาลใจจากวันครีษมายัน (Summer Solstice)
16 ก.พ. 2026
ทีทีบี จัดหลักสูตร Wealth Empowerment รุ่นที่ 2 เพื่อลูกค้า ttb reserve  เสริมศักยภาพผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ พร้อมสร้างเครือข่ายนักธุรกิจคุณภาพ  ต่อยอดความมั่งคั่งสู่ความยั่งยืน
ทีทีบี โดย นายฐากร ปิยะพันธ์ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดหลักสูตรพิเศษ “Wealth Empowerment (WE) Program รุ่นที่ 2”
27 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy