แชร์

ธุรกิจน้ำมันของไทยอยู่ในภาวะทรงตัวจากปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศที่เติบโตได้เล็กน้อย แต่มีแรงกดดันจากส่วนต่างกำไร (Margin) ที่ลดลง

อัพเดทล่าสุด: 19 ธ.ค. 2025
420 ผู้เข้าชม

ระดับราคาน้ำมันดิบปรับลดลงอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องจากปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากอุปสงค์ที่เติบโตช้า ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกและ Energy transition ประกอบกับอุปทานน้ำมันดิบที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 ตลาดน้ำมันดิบ (Crude oil) เผชิญกับแรงกดดันของการคืนกำลังการผลิตของ OPEC+ และการเพิ่มการผลิตของผู้ผลิตนอกกลุ่ม ทำให้เกิดภาวะ Implied stock build ต่อเนื่องและกดดันสมดุลตลาด โดยตลาดมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปี 2569-2572 ตามความต้องการใช้น้ำมันที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่ Supply ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันโลกจะเผชิญ Supply-led disinflation (ในปี 2569-2572) ราคามีแนวโน้มลดลงจากอุปทานส่วนเกิน โดยเฉพาะจาก Non-OPEC+ เช่น สหรัฐฯ และบราซิล ด้านอุปสงค์ (Demand) ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านพ้นช่วงฟื้นตัว Post-COVID โดยเฉพาะในภาคขนส่ง และถูกกดดันจาก Energy transition ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น อิหร่าน-อิสราเอล) ยังเป็น Upside risk สำคัญของราคาน้ำมัน เมื่อถึงปี 2572 เป็นต้นไป อัตราการเติบโตของ Supply จากกลุ่ม Non-OPEC+ เริ่มชะลอตัวลงจากปัญหาทุนและแหล่งผลิตที่ให้ Yield ที่คุ้มค่าในการลงทุนเริ่มลดลง ประกอบกับบริษัทต่าง ๆ เริ่มระมัดระวังจาก Trend energy transition และเน้นผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าการใช้เงินเพื่อลงทุนในแหล่งผลิตที่อาจไม่คุ้มค่าในอนาคต

ค่าการกลั่นของธุรกิจโรงกลั่นในเอเชียปี 2568 ปรับลดลงต่อเนื่องจากกำลังการผลิตที่ทยอยเพิ่มมากขึ้นในฝั่งเอเชียเป็นหลัก

          ค่าการกลั่นจะกลับคืนสู่ระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี (2558-2562) ในช่วงปี 2569-2572 และบางภูมิภาคจะเริ่มเข้าสู่ Peak oil demand ในบางชนิดของน้ำมันสำเร็จรูป หลังจากที่อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีมาตั้งแต่ปี 2564

          แนวโน้ม 25692572 : Overcapacity & Margin Downtrend ตลาดโลกเข้าสู่ช่วง Peak oil demand ในภาคขนส่ง (Gasoline peak ในปี 2570 ใน EU/US) เป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันในอนาคต การลงทุนโรงกลั่นใหม่ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลาง (Al Zour, จีน และอินเดีย) ทำให้ Supply เพิ่มสูงในโซน Atlantic Basin (ยุโรปอเมริกาเหนือ) ในขณะที่ Demand ที่ทรงตัว และโรงกลั่นเก่า ๆ ต้องปิดตัว ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปมีการถูก Disrupt จาก EV, biodiesel, SAF และกฎ IMO/EU ด้าน Decarbonization ส่วน GRM (กำไรขั้นต้นโรงกลั่น) ลดลงจากระดับสูงสุดในปี 25652566 และจะทรงตัวที่ระดับ Normalize

ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของไทย :  ปี 2568 คาดว่าปริมาณการใช้น้ำมันหดตัวที่ -2.8%YoY จากการปรับลดลงของการใช้น้ำมัน Jet และ Diesel เป็นหลัก ส่วนปี 2569 ปริมาณการใช้น้ำมันเติบโตขึ้นได้เล็กน้อย

          ปี 2568 คาดว่าปริมาณการใช้น้ำมันหดตัวที่ -2.8%YoY จากการปรับลดลงของการใช้น้ำมัน Jet และ Diesel เป็นหลัก ส่วนปี 2569 ปริมาณการใช้น้ำมัน เติบโตขึ้นได้เล็กน้อย จากแรงสนับสนุนของภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

       ส่วนในระยะกลาง 2569-2572 ยังคงได้รับจากการใช้น้ำมัน Diesel จากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องปริมาณความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปของไทยโดยรวมฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2569-2572 จากแรงสนับสนุนของ Jet fuel จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการกลับมาของเที่ยวบินระหว่างประเทศ สำหรับน้ำมัน Gasoline เติบโตได้ในระดับต่ำตามกำลังซื้อและโครงสร้างยานยนต์ใหม่ที่เริ่มถูกแทนที่บางส่วนด้วย EV/Hybrid ในขณะที่น้ำมันเพื่อการขนส่งขนาดใหญ่ อย่าง Diesel ทรงตัวในปี 2569 จากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอ ประกอบกับความไม่แน่นอนของความไม่สงบของชายแดน แต่มีแนวโน้มฟื้นในปี 25692572 ตามกิจกรรมขนส่งและภาคเกษตร ส่วนน้ำมันเตา หรือ Fuel oil ถูกกดดันต่อเนื่องจากภาคเดินเรือที่เผชิญกับมาตรการ IMO และการใช้เชื้อเพลิงสะอาดกว่าในการเดินเรือ ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันเตาไม่เติบโตอีกต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิริยะประกันภัย ร่วมงานเปิด “The 47th Bangkok International Motor Show 2026”
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในโอกาสที่ คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร
28 มี.ค. 2026
kubix จับมือ อบก. เชื่อมต่อระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต วางรากฐาน ‘คาร์บอนเครดิตโทเคน’ ไร้รอยต่อ หนุนธุรกิจไทยสู่การเงินสีเขียว
กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ส่ง บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ
20 ม.ค. 2026
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติซื้อที่ดินกว่า 2,400 ไร่ใน จ.ชลบุรีทำนิคมอุตสาหกรรม เคาะจ่ายปันผล 0.32 บาทต่อหุ้น
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ซึ่งที่ประชุมถือหุ้นได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.32 บาท
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy