แชร์

สมาคมประกันวินาศภัยไทยชี้แนวโน้มปี 2569 ธุรกิจยังแกร่ง คาดเบี้ยประกันภัยแตะ 3 แสนล้าน พร้อมรับมือความเสี่ยงรอบด้าน

อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2025
389 ผู้เข้าชม

สมาคมประกันวินาศภัยไทย แถลงผลประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัย ณ 3 ไตรมาสแรก (มกราคมกันยายน) ของปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 215,103 ล้านบาท โดยประมาณการทั้งปี 2568 คาดเติบโต 2.0%3.0% มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 292,290295,150 ล้านบาท และคาดการณ์แนวโน้มปี 2569 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมแตะ 301,000303,900 ล้านบาท เติบโต 2.5%3.5% สะท้อนถึงความสามารถของระบบประกันวินาศภัยไทยในการบริหารจัดการความเสี่ยง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและภัยพิบัติที่มีความไม่แน่นอนสูง

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคมกันยายน) ปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 215,103 ล้านบาท เติบโต 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าตลอดปี 2568 ธุรกิจจะเติบโตอยู่ในช่วง 2.03.0% หรือมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 292,290295,150 ล้านบาท แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยต้องเผชิญความเสี่ยงจากหลายปัจจัย ทั้งภัยธรรมชาติ เหตุการณ์อุบัติภัย และความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ผลประกอบการโดยรวมยังคงขยายตัวได้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการปรับตัวของอุตสาหกรรม

สำหรับปี 2569 ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยยังต้องเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเฉพาะด้านมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่จากยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ภัยไซเบอร์ และประเด็น ESG ทั้งนี้ บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ TIRD ได้ประเมินว่าธุรกิจประกันวินาศภัย ในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมอยู่ในช่วง 301,000303,900 ล้านบาท เติบโต 2.53.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันในปี 2569 มีปัจจัยท้าทายสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนการซ่อมและอะไหล่ของรถยนต์ไฟฟ้า ความถี่และความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อประกันอัคคีภัยและ IARs ตลอดจนต้นทุนการประกันภัยต่อที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของการค้าโลกยังส่งผลต่อประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ส่วนประกันภัยสุขภาพเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อทางการแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อทิศทางการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในแต่ละกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ



ทั้งนี้ ภายใต้ความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยได้เตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศผ่านการใช้แบบจำลองภัยพิบัติและการประกันภัยต่ออย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเสริมเสถียรภาพระบบประกันสุขภาพผ่านความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อควบคุมต้นทุนและรับมือเงินเฟ้อทางการแพทย์ พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจากการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ส่งผลต่อโครงสร้างการรับประกันภัยอย่างชัดเจน ทั้งในด้านความถี่และมูลค่าความเสียหาย ตลอดจนต้นทุนการซ่อมและอะไหล่ โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจต้องติดตามและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบโดยสนับสนุนการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยบนพื้นฐานข้อมูลความเสี่ยงจริง ต้นทุนอะไหล่ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนามาตรฐานประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ซึ่งสมาคมฯ เชื่อมั่นว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยเสริมความมั่นคงของระบบประกันวินาศภัย เพิ่มความสามารถในการรองรับความเสี่ยงรอบด้าน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ขณะเดียวกัน จากการติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบจากมหาอุทกภัยภาคใต้ จากข้อมูลของสำนักงาน คปภ. ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 พบว่ามีจำนวนกรมธรรม์ที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนรวม 62,147 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 16,029 ล้านบาท และเมื่อรวมการประเมินความเสียหายเพิ่มเติม คาดว่ามูลค่าความเสียหายรวมจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้จะอยู่ในช่วงประมาณ 23,00027,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น รถยนต์ที่ได้รับความเสียหายประมาณ 25,000 ถึง 30,000 คัน (เฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ประมาณ 9,000 ถึง 12,000 คัน) มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 11,00013,000 ล้านบาท และประกันภัยทรัพย์สินรวมประมาณ 12,00014,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในเชิงสัดส่วนกรมธรรม์ที่ได้รับผลกระทบยังอยู่ในวงจำกัด โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจในพื้นที่น้ำท่วมมีสัดส่วนเพียง 6.4% และประกันภัยทรัพย์สิน 11.7% ของกรมธรรม์ทั้งหมด ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบประกันวินาศภัยไทย โดยอุตสาหกรรมยังมีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงกว่า 200% และภาระสินไหมทดแทนหลังการประกันภัยต่ออยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ใหญ่ในอดีต

จากการประเมินในทุกมิติ สมาคมประกันวินาศภัยไทยขอยืนยันว่า ระบบประกันวินาศภัยของประเทศยังมีความมั่นคงและแข็งแกร่ง เงินกองทุนและการบริหารการประกันภัยต่ออยู่ในระดับที่สามารถรองรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรงได้อย่างเพียงพอ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของระบบประกันวินาศภัยไทยในการรับมือกับภัยพิบัติ แต่ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นของการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและการสร้างความตระหนักด้านการประกันภัยธรรมชาติในวงกว้าง สมาคมฯ จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการดูแลผู้เอาประกันภัย เสริมความพร้อมของระบบ และยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อให้ระบบประกันวินาศภัยเป็นกลไกหลักในการคุ้มครองเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวทิ้งท้าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอ็มจี ประกาศแต่งตั้ง รองกรรมการผู้จัดการคนใหม่  “นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์” เสริมแกร่งทัพเอ็มจี
กรุงเทพฯ – 4 มิถุนายน 2569 - บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2569
4 มิ.ย. 2026
MEDEZE เปิดบ้านต้อนรับผู้บริหารบำรุงราษฎร์ ชูศักยภาพแล็บมาตรฐานสากล ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณดนิตา พิทักษ์เนติกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
18 ก.ย. 2025
จาก IONIQ 5 N สู่ IONIQ 5 N Line จากสนามแข่ง สู่สไตล์ที่เป็นคุณ Hyundai ขยายความหมายของตัวอักษร N ให้กว้างกว่าสมรรถนะ  รู้จัก N Line ก่อนพบกับ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย เปิดตัว 29 มิถุนายนนี้
ก่อนการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย สะท้อนการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ที่ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่าน
12 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy