แชร์

ฮั่วเซ่งเฮง ชี้สหรัฐ-เวเนซุเอลา ดันทองกลับสู่สินทรัพย์เชิงโครงสร้าง

อัพเดทล่าสุด: 12 ม.ค. 2026
356 ผู้เข้าชม

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลากำลังสะท้อนว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความเสี่ยงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว ฮั่วเซ่งเฮงมองการที่ราคาทองคำยืนเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คือสัญญาณของการตั้งรับความเสี่ยงของการเปลี่ยนผ่านจาก ‘สงครามการค้า’ ไปสู่ ‘สงครามภูมิรัฐศาสตร์’ ซึ่งผลักดันให้ทองคำกลับมามีบทบาทเป็นที่หลบภัยของระบบการเงินโลกอีกครั้ง

ราคาทองคำโลกในช่วงต้นปี 2026 กลับมายืนเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกรณีความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังเปลี่ยนสมดุลความเสี่ยงของโลก และส่งแรงสะเทือนโดยตรงมาถึงตลาดสินทรัพย์ปลอดภัย

ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำรอบนี้ ไม่ได้เป็นเพียง ‘ปฏิกิริยาตอบสนองต่อข่าว’ แบบระยะสั้นเหมือนในอดีต แต่สะท้อนว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังประเมินความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างจริงจัง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากสงครามการค้า ไปสู่สงครามภูมิรัฐศาสตร์อย่างชัดเจน ส่งผลให้ทองคำกลับมามีบทบาทในฐานะสินทรัพย์เชิงโครงสร้างอีกครั้ง

เวเนซุเอลา จุดปะทุใหม่ของความเสี่ยงโลก

รายงานขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC (Organization of the Petroleum Exporting Countries) ในปี 2024 พบว่า เวเนซุเอลาครองแชมป์ประเทศที่มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก ซึ่งมากถึง 303 พันล้านบาร์เรล คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 19.4% ของน้ำมันดิบสำรองทั่วโลก แต่กลับผลิตจริงน้อยกว่า 1% ของปริมาณการผลิตน้ำมันต่อวันของทั้งโลก เพราะปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง โดยล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณถึงการเข้าไปมีบทบาทในช่วงเปลี่ยนผ่านการบริหารประเทศ พร้อมเปิดทางให้บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันมีส่วนร่วมกับแผนดำเนินการในอนาคต แม้ว่าต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และอาจต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปี เพื่อฟื้นฟูกำลังการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาให้กลับมาอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลา แม้สหรัฐฯ จะมีคำอธิบายอย่างเป็นทางการว่า การกระทำดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากกลับมองว่านี่เป็นการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจมากกว่าประเด็นภายในประเทศ ยิ่งเมื่อพันธมิตรของเวเนซุเอลาอย่างจีน รัสเซีย และคิวบา แสดงท่าทีคัดค้านอย่างชัดเจน ภาพของความขัดแย้งจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลาตินอเมริกา แต่ขยายเป็นแรงกดดันเชิงระบบในเวทีโลก สร้างผลกระทบด้านการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ‘ทันที’ และกลายเป็นความเสี่ยงที่ตลาดต้องตั้งราคาในปัจจุบัน

จากลาตินอเมริกา ถึงอาร์กติก โลกกำลังเปราะบางพร้อมกัน

ภาพความตึงเครียดไม่ได้เกิดขึ้นเป็นจุด ๆ แต่กำลังกระจายไปยังพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอื่น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นกรณีถ้อยแถลงของทรัมป์ เกี่ยวกับกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนในยุโรป และสะท้อนการแข่งขันด้านความมั่นคง ทรัพยากร และเส้นทางยุทธศาสตร์ในระยะยาว ฮั่วเซ่งเฮง ชี้ว่าสิ่งที่ตลาดกำลังเผชิญขณะนี้ คือโลกที่มีความเสี่ยงหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งพลังงาน การเมือง ความมั่นคง และระบบการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้เอื้อให้ทองคำกลับมาเป็นที่พักเงินของนักลงทุนทั่วโลก

เงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำ - ธนาคารกลางยังสะสมทอง

ในเชิงกลไกตลาด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังแปรเปลี่ยนเป็นกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ทองคำอย่างเป็นระบบ นักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมาเพิ่มสัดส่วนการถือครองผ่านกองทุน ETF ทองคำ ขณะที่ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์และสินทรัพย์ที่ผูกกับอำนาจของประเทศใดประเทศหนึ่ง เมื่อผสานกับภาวะอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield) ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนด้านสภาพคล่องของเศรษฐกิจโลก ทองคำจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นอีกต่อไป

ทองคำเหนือ 4,400 ดอลลาร์ ตลาดกำลัง ‘ตั้งราคาความเสี่ยง’

ฮั่วเซ่งเฮง มองว่าการที่ราคาทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ได้ เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังตั้งราคาความเสี่ยงจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน หรือเสถียรภาพของระบบการเงินโลก แม้ในระยะสั้น ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์หรือภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวเป็นช่วง ๆ แต่ในภาพรวม ทองคำกำลังกลับมามีบทบาทเป็น ‘ที่หลบภัยของระบบ’ มากกว่าสินทรัพย์เก็งกำไรตามข่าว

“ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ทองคำไม่ใช่แค่โลหะมีค่า แต่เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของระเบียบการเงินโลกที่กำลังเปลี่ยนไป”
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิริยะประกันภัย สานต่อ “ปฏิทินเก่า เราขอ ส่งต่อผู้พิการทางสายตา”  เสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา พัฒนาสิ่งแวดล้อม
นางชนิดาภา เพ็ชรรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย รับมอบปฏิทินตั้งโต๊ะเก่า จำนวน 1,210 เล่ม จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
28 เม.ย. 2026
คามุ คามุ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 14 ปี ท้าชิงส่วนแบ่งตลาดชานม-กาแฟ ดันแบรนด์ไทยเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ชูจุดแข็ง คุณภาพ ความสดใหม่ ในราคาเข้าถึงได้ เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์และมาสคอต น้องคามุ และ น้องเลม่อน เป็นครั้งแรก ตั้งเป้าโต 10% ขยายครบ 300 สาขาใน 3 ปี
คามุ คามุ (KAMU KAMU) แบรนด์เครื่องดื่มชานมและกาแฟสัญชาติไทย ประกาศรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 14 ปี ภายใต้แนวคิด Spark Joy Everyday เสิร์ฟความฟินทุกวันได้ที่คามุ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย สดใสและเข้าถึงง่าย
17 พ.ย. 2025
แม็คโคร สานต่อภารกิจ ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้  หนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ก้าวต่ออย่างมั่นคง
กรุงเทพฯ 22 ตุลาคม 2568 แม็คโคร ธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้าภารกิจ แม็คโคร ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้ โดย Chefs Club by makro
22 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy