ฝุ่นพิษพุ่งสูง ยิ่งเล็ก ยิ่งอันตราย ดูแลก่อนป่วย ด้วยเครื่องกรองอากาศที่กรองได้เล็กที่สุด

ในฤดูฝุ่น ทุกเช้าวิถีคนเมืองต้องเปิดแอปพลิเคชันเช็ค “ค่าฝุ่นในอากาศ” ถึงแม้ฝุ่นนอกบ้านเราจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่รู้ไหม พื้นที่ในบ้านหรืออาคารสำนักงานยิ่งสำคัญ แถมเสี่ยงมลพิษทางอากาศมากกว่าเดิม ทั้งกลิ่นสีและสารระเหยจากการซ่อมบ้าน กลิ่น/ควันจากการทำอาหาร ไอระเหยจากน้ำหอมปรับอากาศต่าง ๆ หรือฝุ่น เชื้อราที่สะสมจากเฟอร์นิเจอร์ พรม หรือระบบปรับอากาศ นี่คือภัยเงียบที่เราอาจไม่เคยนึกถึง แต่ส่งผลกับร่างกายอย่างมาก
ข้อมูลคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2567 จาก สำนักข่าว Thai PBS ระบุว่า ตลอดทั้งปี คนกรุงเทพฯ มีวันที่อากาศ “ดีจริง ๆ” เพียง 43 วันเท่านั้น! ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงหน้าฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ถือว่าเป็นช่วงที่หายใจได้สบายใจที่สุด นอกนั้นอยู่ในกลุ่มคุณภาพอากาศระดับปานกลาง แต่เราต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ หรือช่วงที่ความกดอากาศต่ำมาก ๆ ซึ่งค่าฝุ่นพิษพุ่งสูงจนแตะระดับ 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ามลพิษทางอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า “เรื่องคุณภาพอากาศเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่มีเพียง PM2.5 เท่านั้น มลพิษจำนวนมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยิ่งมีขนาดเล็กก็ยิ่งอันตราย เข้าสู่ร่างกายได้ลึก ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไปจนถึงโรคเรื้อรังต่าง ๆ แม้ว่าเราจะควบคุมคุณภาพอากาศภายนอกได้ไม่มากนัก ทั้งเรื่องของสภาพอากาศ ต้นตอของมลพิษต่าง ๆ แต่เราสามารถเริ่มต้นดูแล ควบคุมคุณภาพอากาศภายในบ้านของเราได้ทันทีและเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราใช้เวลามากกว่า 90% อยู่ภายในอาคาร ดังนั้น การใช้เครื่องกรองอากาศที่มีมาตรฐาน กรองอนุภาคได้ขนาดเล็ก และเชื่อถือได้มีมาตรฐานรับรองจะเพิ่มคุณภาพอากาศลดความเสี่ยง ควรใช้เครื่องกรองอากาศในอาคารโดยเฉพาะห้องนอนและห้องนั่งเล่น ควรตรวจสอบการระบายอากาศและลดการใช้ผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ให้เลือกเครื่องกรองอากาศที่มีค่า CADR หรือ อัตราการส่งอากาศบริสุทธิ์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง ที่สิ่งสำคัญควรเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศตามรอบที่กำหนด เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามค่า CADR และเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ที่ใช้งาน ก็จะช่วยให้เราหายใจได้อย่างมั่นใจ ได้รับอากาศสะอาดในทุกวันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”
“แอมเวย์” ในฐานะแบรนด์ผู้นำตลาด Health & Wellbeing ของไทยและของโลก ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน และมุ่งสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้กับทุกคน นำเสนอ เครื่องกรองอากาศ แอทโมสเฟียร์ สกาย และ แอทโมสเฟียร์ มินิ มาพร้อมเทคโนโลยีแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูงที่สามารถกรองได้เล็กที่สุดถึง 0.0024 ไมครอน* ด้วยระบบแผ่นกรองอากาศ 3 ชั้นที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกรองมลพิษในอากาศที่มีขนาดเล็กมาก ๆ กรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้ถึง 99.99%* มากถึง 330 ชนิด** เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ไรฝุ่น ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ และสารก่อภูมิแพ้ รวมถึงอนุภาคเรดอน มีประสิทธิภาพในการลดสารเคมีได้มากถึง 14 ชนิด (ในรุ่นสกาย) และ 13 ชนิด (ในรุ่นมินิ)*** สามารถลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นจากการประกอบอาหาร ผลทดสอบร่วมกับ Sleep Score LabsTM พบว่าผู้ใช้งานกว่า 80% รู้สึกว่าการนอนหลับมีคุณภาพดีขึ้น และ 7% รู้สึกหลับลึกยาวนานขึ้น**** โดย แอทโมสเฟียร์ สกาย เหมาะสำหรับทำความสะอาดอากาศภายในห้องขนาด 43 ตารางเมตร ด้วยอัตราการกรองอากาศสะอาด (CADR) 300 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาทีที่แรงลมระดับ 5 และ แอทโมสเฟียร์ มินิ เหมาะสำหรับทำความสะอาดอากาศภายในห้องขนาด 19 ตารางเมตร ด้วยอัตราการกรองอากาศสะอาด (CADR) 130 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาทีที่แรงลมระดับ 3 นอกจากนี้ เครื่องกรองอากาศ แอทโมสเฟียร์ ยังได้การรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับสากลจากสถาบันชั้นนำ อาทิ Allergy UK, AHAM, ECARF, Energy Star รวมทั้งเครื่องหมาย มอก. ของไทย พร้อมการรับประกันความพึงพอใจ 90 วัน เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้งานทุกคน
นอกจากนี้ แอมเวย์ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเครื่องกรองอากาศทั้งสองรุ่น วันนี้จนถึง31 มกราคม 2569 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://amway.co.th/promotions/nov-2025-atmosphere



