แชร์

กรุงไทยชี้มาตรการ NTMs กดดันการส่งออกเกษตรและอาหารไทย กระทบมูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท

อัพเดทล่าสุด: 23 ม.ค. 2026
81 ผู้เข้าชม

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs) กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญในการค้าโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งคาดว่าจะกระทบตลาดส่งออกไทยกว่า 6 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นราว 33% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารทั้งหมดของไทย แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป และผักและผลไม้ เร่งยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย เช่น การปนเปื้อนสารเคมีและสารตกค้าง อย่างจริงจัง และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASSธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า มาตรการ NTMs ที่เข้มข้นขึ้น ทำให้ภาคเกษตรและอาหารต้องแบกรับต้นทุนแฝงในระดับเทียบเท่าภาษีนำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 17.6% ซึ่งสูงกว่าภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ราว 6% อย่างไรก็ดี กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของโครงการ Reinvent Thailand ที่มีศักยภาพสามารถต่อยอดเป็น S-Curve และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Supply Chain ในประเทศ ซึ่งหากสามารถยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐานในระดับสากลจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

“มาตรการ NTMs ซึ่งเป็นกฎระเบียบและเงื่อนไขที่มิใช่ภาษีที่ประเทศผู้นำเข้ากำหนดเพื่อควบคุมสินค้านำเข้า เช่น มาตรการด้านสุขอนามัย (SPS) และมาตรการทางเทคนิคและคุณภาพสินค้า (TBT) ได้สร้างต้นทุนให้การค้าโลกสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7% ของมูลค่าส่งออกโลก ทั้งนี้ ในตลาดคู่ค้าสำคัญอย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และอาเซียน มีการบังคับใช้มาตรการ NTMs ในสัดส่วนสูงเกินกว่า 90% ของจำนวนรายการสินค้านำเข้าในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารทั้งหมด นับเป็นเครื่องชี้สำคัญว่ากําแพงการค้าในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ภาษีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่มาตรฐานและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น”

นายปราโมทย์ วัฒนานุสาร นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว เนื่องจากความตระหนักด้านสุขอนามัยของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เป็นแรงกดดันให้คู่ค้าเข้มงวดมาตรการ NTMs มากขึ้น ประกอบกับภาครัฐให้การสนับสนุนภาคเกษตรและอาหารแปรรูปที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างจริงจัง นอกจากนี้ การยกระดับ NTMs ทำให้ทิศทางธุรกิจสอดคล้องกับความยั่งยืนโลก โดยมาตรการ NTMs เชื่อมโยงกับการบรรลุเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะในด้านการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) และการผลิตและบริโภคที่ยั่งยื่น (SDG 12) ซึ่งจะกลายเป็นกรอบสำคัญที่ผู้ประกอบการเกษตรและอาหารไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะต่อไป

“สินค้าเกษตรและอาหารที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานเพื่อให้สอดคล้องกับ NTMs ของประเทศคู่ค้า ได้แก่ สินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป และผักและผลไม้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงจากการแจ้งเตือนมาตรการ NTMs ทั่วโลกในสัดส่วนสูง และมีผู้ประกอบการ SMEs อยู่เป็นจำนวนมาก โดยสินค้าในกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น มีมูลค่าการส่งออกไปตลาดโลกรวมกันถึง 6 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราว 33% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารรวมของไทย ซึ่งอยู่ที่กว่า
1.8 ล้านล้านบาทต่อปี”

นายกฤชนนท์ จินดาวงศ์ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารจะต้องเร่งยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพและความยั่งยืน และนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยใช้เทคโนโลยี IoT หรือ Blockchain มาใช้เก็บข้อมูลคุณภาพวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (ePhyto) ทดแทนการจดบันทึกและการออกเอกสารแบบกระดาษ เพื่อช่วยจัดเก็บ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศผู้นำเข้า ที่มีแนวโน้มยกระดับกฎระเบียบให้เข้มงวดมากขึ้น

“ผู้ประกอบการควรสร้างความร่วมมือใน Ecosystem ตั้งแต่เกษตรกร โรงงานแปรรูป หน่วยงานรับรองมาตรฐาน ห้องปฏิบัติการทดสอบ ไปจนถึงภาครัฐ เพื่อยกระดับการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล และใช้ประโยชน์จากมาตรการรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Reinvent Thailand เช่น  สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การค้ำประกันสินเชื่อ และมาตรการส่งเสริมด้าน R&D การปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว ขณะเดียวกัน มาตรฐานภายในประเทศจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้เทียบเท่ามาตรฐานคู่ค้า และมี One Stop Service ด้านมาตรฐานและใบอนุญาต เพื่อลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยผู้ประกอบการต้องติดตามมาตรการ NTMs ผ่านระบบแจ้งเตือน เช่น EU RASFF และ FDA Import Alert เพื่อปรับตัวได้ทันท่วงทีและลดความเสี่ยงการถูกปฏิเสธการนำเข้า”


บทความที่เกี่ยวข้อง
กรุงเทพประกันภัยรับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน ประจำปี 2569 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่สนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน
23 ม.ค. 2026
SME D Bank ลุย ‘D CEO Network’ รุ่นที่ 4 ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ยกระดับด้วยเทคโนโลยี ขยายเครือข่ายธุรกิจ เข้าถึงแหล่งทุน ทะยานสู่เศรษฐกิจใหม่
SME D Bank จัดโครงการ “D CEO Network” รุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิด “The Next Frontier” ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี จำนวน 100 กิจการ รับการพัฒนาหลักสูตรเชิงลึกในความรู้สำคัญ
23 ม.ค. 2026
BAM เข้าพบคุณขัตติยา CEO KBANK  หารือโมเดลธุรกิจปี 2569 พร้อมต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าพบคุณขัตติยา อินทรวิชัย
23 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy