แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 30.70-31.30 คาดเฟดคงดอกเบี้ย ติดตามเงินเยนผันผวน

อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
300 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.70-31.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.21 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 30.89-31.43 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปี เงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ แม้จะฟื้นตัวขึ้นบ้างระหว่างสัปดาห์ขณะประธานาธิบดีทรัมป์ยุติการขู่ใช้กำลังทางทหารเพื่อเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์และระงับแผนเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศสมาชิก NATO เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร หลังการพบปะระหว่างทรัมป์และเลขาธิการ NATO โดยผู้นำสหรัฐฯแสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงในอนาคต แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าจะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีนำเข้า 10% ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และปรับขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการควบคุมหรือจัดซื้อกรีนแลนด์ได้ ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)คงดอกเบี้ยที่ 0.75% ขณะที่เงินเยนเหวี่ยงตัวผันผวนสูงและพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็วท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,348 ล้านบาท และ 1,504 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในวันที่ 28 มกราคม หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงรักษาแรงส่งเชิงบวกไว้ได้ค่อนข้างดี ทำให้ผู้ร่วมตลาดมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดเดือนมิถุนายน ภายใต้ประธานเฟดคนใหม่ นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับทิศทางค่าเงินเยนซึ่งปรับตัวผันผวนสูงขณะตลาดระมัดระวังมากขึ้นต่อความเสี่ยงที่ทางการจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน อนึ่ง สหรัฐฯอาจเผชิญภาวะ Shutdown อีกครั้งในวันที่ 31 มกราคม ในสถานการณ์ท้าทายหลายด้านเช่นนี้ เราคาดว่าความต้องการขายเงินดอลลาร์จะดำเนินต่อไป

กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนธันวาคมเติบโต 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 54.3% ทางด้านการนำเข้าเดือนธันวาคมขยายตัว 18.8% ทั้งนี้ ในปี 2568 ส่งออกเพิ่มขึ้น 12.9% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดรอบ 4 ปี ขณะที่นำเข้าเพิ่มขึ้น 12.9% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 5.3 พันล้านดอลลาร์ ทางการคาดว่าในกรณีฐานมูลค่าส่งออกปีนี้อาจหดตัว 1% สะท้อนผลที่ชัดเจนมากขึ้นจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ


บทความที่เกี่ยวข้อง
FWD ประกันชีวิต จัด "มหกรรมรวมพลัง FWD" อัปสกิลตัวแทนทั่วประเทศ  เสริมทักษะการขาย รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต  นำโดย คุณสมรรถ อินทรกำธรชัย ประธานเจ้าหน้าที่สายงานช่องทางตัวแทนประกันชีวิต จัดงานสัมมนา “มหกรรมรวมพลัง FWD”
14 พ.ค. 2026
CFARM ผู้ถือหุ้นไฟเขียว อนุมัติจ่ายปันผล 0.02 บาท/หุ้น  เดินหน้ายกระดับ Smart Farm เพิ่มประสิทธิภาพหนุนเติบโตยั่งยืน
บมจ. ชูวิทย์ ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 อนุมัติปันผล 0.02 บาท/หุ้น (Record Date) ในวันที่ 20 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
9 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy