แชร์

ttb analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยกำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวตามสัญญาณการเติบโตที่ชะลอตัวต่ำ แนะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเสริมสร้างอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพ

อัพเดทล่าสุด: 29 ม.ค. 2026
467 ผู้เข้าชม

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวจากภาวะการเติบโตที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สาเหตุหลักจากข้อจำกัดของฝั่งอุปทานที่ไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างความต้องการในส่วนเพิ่มเติมบนจำนวนผู้ใช้งานที่อาจไม่เพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนอีกต่อไป
 
IT & Telecommunication เป็นธุรกิจที่มีบทบาทกับเศรษฐกิจไทยที่รายได้รวมของอุตสาหกรรมปี 2568 สูงถึง 1.24 ล้านล้านบาท ด้วยการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี (2565 – 2568) ที่ 4.9% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ประชาชาติในช่วงเวลาเดียวกันที่  2.2% รวมถึงสูงกว่ารายได้จากภาคธุรกิจ (ไม่รวมกลุ่ม IT & Telecommunication) ที่เติบโตเพียง 1.9% ต่อปี รวมถึง IT & Telecommunication เป็นธุรกิจบริการที่สร้างพื้นที่กำไรได้สูงซึ่งช่วยให้เม็ดเงินตกอยู่ในมือของผู้ประกอบการสูงถึง 11.5% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของธุรกิจอื่น ๆ ที่มีพื้นที่กำไร 6.9% แสดงถึงความสามารถทั้งการสร้างรายได้และพื้นที่กำไร แต่อย่างไรก็ดี ธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยในปี 2569 อาจเริ่มเข้าสู่ภาวะกดดันจากตลาดที่ใกล้อิ่มตัว ด้วยรายละเอียดตามรายกลุ่มธุรกิจย่อยดังต่อไปนี้

กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม ของไทยกำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว อย่างชัดเจนจากฝั่งอุปสงค์ เนื่องจากรายได้ของอุตสาหกรรมยังคงพึ่งพาบริการหลักเพียงไม่กี่ประเภท ได้แก่ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 83% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการใหม่มีแนวโน้มไม่เพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านอัตราการครอบครองหมายเลขโทรศัพท์มือถือของไทยสูงถึง 161% ต่อประชากร สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 112% โดยเฉพาะตามโครงสร้างประชากรวัย 10 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ใช้เป็นเกณฑ์การเริ่มใช้โทรศัพท์มือถือ ลดลงต่อเนื่องจาก 8.27 แสนคนในปี 2565 เหลือ 7.29 แสนคนในปี 2568 และคาดว่าจะลดเหลือเพียง 4.03 แสนคนในอีก 10 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ฐานลูกค้าใหม่ในอนาคตหดตัว ในขณะเดียวกัน จำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเริ่มส่งสัญญาณอิ่มตัวจากอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลงจาก 19.4% ต่อปีในช่วง 2558-2560 เหลือเพียง 2.8% ต่อปีในช่วง 2566-2568 อย่างไรก็ตาม การควบรวมกิจการของผู้ประกอบการรายใหญ่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ช่วยลดการแข่งขันด้านราคา และเอื้อให้อัตราค่าบริการปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนผ่านอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อรายถ่วงน้ำหนัก (ARPU) ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5.5% สำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ 2.99% สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดังนั้น แนวโน้มปี 2569 คาดว่า รายได้กลุ่มโทรคมนาคมจะเติบโตจำกัดที่รายได้ 6.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1.9% ซึ่งมาจากผลของราคา (Price Effect) ที่ช่วยดันตลาดแม้จำนวนผู้ใช้บริการอาจไม่เพิ่มขึ้นก็ตาม

กลุ่มธุรกิจสื่อและการกระจายภาพและเสียง ยังอยู่ภายใต้ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้รับบริการจากการหลอมรวมของสื่อ (Media Convergence) ที่เปลี่ยนจากการรับชมผ่านทางโทรทัศน์ (Broadcast Model) ที่รูปแบบทำงานเป็นแบบตามตาราง (Schedule-Based) ที่ปี 2560 เคยมีสัดส่วนรายได้ถึง 31% ของกลุ่มธุรกิจ ซึ่งไม่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่และส่งผลให้รายได้ปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2560 ลดลงกว่า 32% สวนทางกับการรับบริการผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีโครงสร้างแบบ Platform Model และมีการทำงานแบบตอบสนองตามความต้องการ (On-demand) ที่ตอบโจทย์ของผู้รับบริการผ่าน (Algorithm-driven) รายได้สูงขึ้น 73% และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 13.3% เมื่อเทียบกับช่วง 2560 ที่มีสัดส่วนรายได้เพียง 6.6%  โดยคาดว่าแนวโน้มปี 2569 แม้รายได้ในส่วนของบริการเผยแพร่ทางโทรทัศน์คาดว่าจะลดลง 5.2% แต่จากแรงส่งของการรับบริการผ่านช่องทางออนไลน์และธุรกิจบริการ สนับสนุนให้ธุรกิจสื่อยังสามารถเติบโตได้ในอัตราต่ำราว 0.7% หรือมูลค่า 2.08 แสนล้านบาท

ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ ที่เคยได้รับอานิสงส์จากกระแส Digital Disruption ที่เปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการและเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ซื้อ ส่งผลให้รายได้เติบโตด้วยอัตราเร่งที่รายได้ปี 2567 ที่สูงกว่าปี 2560 ถึง 140.6% หรือเติบโตเฉลี่ย 7 ปีที่ 13.4% แต่นับจากปี 2569 คาดว่าธุรกิจจะเริ่มเผชิญการเติบโตในอัตราที่ลดลงจาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ 1) กลุ่มธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์โปรแกรมรายใหม่อยู่ในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดในการเข้าตลาด (Barrier to Entry) เนื่องจากนักพัฒนารายเดิมมีอำนาจครอบครองตลาดที่สูง (Market Dominance) และ 2) กลุ่มบริการจัดการและการให้เช่าพื้นที่บนเครื่องแม่ข่าย ซึ่งจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่ากิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) มีวงจรการเติบโตที่เชื่อว่าผ่านช่วงอัตราเร่ง ไปแล้วจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากสถานการณ์โควิด-19 และการพัฒนาต่อยอดสู่ Live-commerce ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้แรงส่งใหม่เบาบางและตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวที่อัตราการเติบโตชะลอตัวลง 3) ธุรกิจที่อาจมีบทบาทในอนาคตอย่าง Data Center ซึ่งปัจจุบันเงินลงทุนจากกลุ่มธุรกิจต่างชาติรายใหญ่เข้ามาในมูลค่าสูง แต่ก็มีข้อจำกัดในการยกระดับรายได้ของภาคธุรกิจรวมจากอุปทานที่จำกัดบนราคามาตรฐาน (Supply-Constraint with Standardized Pricing) โดยเฉพาะตามวงจรธุรกิจยังจัดอยู่ในช่วงเริ่มต้นและการเข้าสู่ระยะเติบโตที่อาจต้องใช้เวลา จึงคาดว่าแนวโน้มปี 2569 ธุรกิจจะมีรายได้ที่ 4.5 แสนล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโต 7.1% ซึ่งเริ่มมีทิศทางที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังของธุรกิจ

จากสถานการณ์ที่กล่าวไว้ข้างต้น ttb analytics มองแนวโน้มธุรกิจ IT & Telecommunication ปี 2569 คาดมีแรงกดดันสูงขึ้นจากภาวะตลาดที่อิ่มตัว โดยเติบโตที่ 3.45% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ที่มูลค่า 1.29 ล้านล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม สัญญาณเริ่มอิ่มตัวส่วนใหญ่เกิดจากฟากอุปทานที่ไม่สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ (Innovation Stagnation) จากข้อจำกัดทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และความพร้อมด้านบุคลากร จึงเป็นโจทย์สำคัญของไทยที่ต้องยกระดับจากอุตสาหกรรมเดิมสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่เป็น S-Curve และ New S-Curve เช่น อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์  หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่สามารถดึงดูดฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาฝั่งผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมดิจิทัล  ที่ช่วยเพิ่มเติมรูปแบบของบริการอันสามารถขยายขนาดศักยภาพตลาดได้ในอนาคต อีกทั้งเมื่อมีการพัฒนาและดึงดูดอุตสาหกรรม จำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน IT & Telecommunication ให้รองรับเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการถ่ายทอดองค์ความรู้  อันเป็นรากฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อนำออกมาขยายมิติการตลาดของกลุ่มลูกค้าเดิม  และโอกาสในการขยายเข้าสู่กลุ่มตลาดลูกค้าใหม่


บทความที่เกี่ยวข้อง
อีซูซุขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งออกรถจากฐานการผลิตไทยไปตลาดโลกครบ 3 ล้านคัน
อีซูซุประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ส่งท้ายปีด้วยยอดการส่งออกรถอีซูซุทั้งรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ มิว-เอ็กซ์ จากฐานการผลิตในประเทศไทยไปสู่ตลาดโลก ครบ 3,000,000 คัน
9 ธ.ค. 2025
ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว instax Pal 2 กล้องดิจิทัลเล็กกะทัดรัดดีไซน์พรีเมียม เติมความสนุกให้การถ่ายภาพด้วย เอฟเฟ็กต์และรูปแบบการถ่ายภาพให้เลือกสร้างสรรค์แบบจัดเต็ม
พร้อมเปิดตัว instax Link WIDE 2 สมาร์ตโฟนปรินเตอร์ที่พิมพ์ภาพขนาดใหญ่จุใจกว่าเดิม ชูฟังก์ชันใหม่ Photo Mixer สร้างสแครปบุ๊กไว้ในฟิล์มแผ่นเดียว
15 ก.ย. 2026
SO คว้า SET ESG Ratings ปี 68 ระดับ BBB  พร้อมมุ่งมั่นสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน
บมจ.สยามราชธานี หรือ SO ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ปี 2568 ระดับ BBB ในกลุ่มบริการ จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม
16 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy